ไปที่เนื้อหา

การดำเนินการกู้คืนระบบของ HP (Windows 8)

  • พิมพ์พิมพ์
เอกสารนี้ระบุข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์ HP และ Compaq ที่ติดตั้ง Windows 8
เอกสารนี้จะอธิบายวิธีการรีเซ็ตคอมพิวเตอร์กลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นบทตามวิธีการดำเนินการกู้คืนระบบที่แตกต่างกัน
หมายเหตุ:ขั้นตอนการกลับเป็นสถานะเริ่มต้นใน Windows 8 ของการรีเซ็ตคอมพิวเตอร์จะแตกต่างจากขั้นตอนสำหรับการรีเซ็ตโน้ตบุ๊ก ดังนั้นกรุณาทำตามขั้นตอนสำหรับสำหรับรีเซ็ตคอมพิวเตอร PC ของคุณ
ควรสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดไว้ และอ่านข้อควรระวังให้ครบทุกข้อก่อนทำการกู้คืนระบบ
คำเตือน: หากคอมพิวเตอร์มาพร้อมกับ Windows Vista หรือ Windows 7 และมีการอัพเกรดเป็น Windows 8 แล้ว หลังจากทำตามวิธีการกู้คืนระบบตามเอกสารนี้์จนเสร็จสมบูรณ์ คุณจำเป็นต้องอัพเกรดเป็น Windows 8 ซ้ำอีกครั้ง์ เนื่องจากการปฏิบัติตามขั้นตอนการคืนค่าในเอกสารนี้จะเป็นการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด หากคอมพิวเตอร์มาพร้อมกับ Windows Vista และมีการอัพเกรดเป็น Windows 8 ดูรายละเอียดจากหัวข้อ การดำเนินการกู้คืนระบบของ HP ใน Windows Vista หากคอมพิวเตอร์มาพร้อมกับ Windows 7 และมีการอัพเกรดเป็น Windows 8 ดูรายละเอียดจากหัวข้อ การดำเนินการกู้คืนระบบของ HP ใน Windows 7
กระบวนการกู้คืนระบบอาจใช้เวลา 4 ถึง 6 ชั่วโมงหรือมากกว่านี้ จะให้ดีที่สุด คอมพิวเตอร์ควรมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สังเกตว่าคอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างขั้นตอนนี้ ดังนั้นอย่าปิดกระแสไฟหรือหยุดกลางคัันขณะทำการกู้คืนระบบจนกว่าจะได้รับแจ้งให้ล็อกอินจากหน้าต่าง Windows
หมายเหตุ: หากคุณไม่ได้ใช้ Windows 8 รุ่นล่าสุด กราฟิกและข้อมูลบางส่วนในเอกสารชุดนี้อาจไม่ตรงกัน ขอรับผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดได้จาก Microsoft Store

ประเภทการกู้คืนระบบ

คอมพิวเตอร์ของคุณอาจมีระบบการกู้คืนสามประเภท หรืออาจมีเพียงสองประเภท ดังนั้นให้ใช้การกู้คืนระบบที่แก้ไขปัญหาของคุณได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงค่าเพิ่มเติมซึ่งเกินความจำเป็น
  • System Recovery (กู้คืนระบบ): ตัวเลือกนี้จะทำการฟอร์แมตไดร์ฟของเครื่อง (โดยปกติจะเป็นไดร์ฟ C:) และจะติดตั้งระบบปฏิบัติการเดิมใหม่ จากนั้นจึงเป็นการติดตั้งไดร์เวอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีอยู่เดิม
    คำเตือน:หากขนาดของส่วนพาร์ติชั่น (โดยปกติคือไดร์ฟ C:) ลดลงต่ำกว่าเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนของพาร์ติชั่นอื่นที่ผู้ใช้จัดทำไว้จะถูกลบทิ้งและข้อมูลที่จัดเก็บจะหายไป
  • Factory Reset (รีเซ็ตค่าจากโรงงาน): Factory Reset จะลบส่วนพาร์ติชั่นทั้งหมดและรีฟอร์แมตฮาร์ดไดร์ฟทั้งหมด โดยจะติดตั้งระบบปฏิบัติการเดิมใหม่ และติดตั้งไดร์เวอร์รวมทั้งซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่เดิมทั้งหมดใหม่ ตัวเลือกนี้ยังเป็นการจัดทำส่วนแบ่งพาร์ติชั่นกู้คืนระบบที่จำเป็นใหม่ (โดยปกติเป็นไดร์ฟ D:) รวมทั้งส่วนของพาร์ติชั่น UEFI (โดยปกติเป็นไดร์ฟ E:) และจะติดตั้งซอฟต์แวร์ที่จำเป็นใหม่เช่นกัน
    ตัวเลือก Factory Reset จะปรับซอฟต์แวร์ทั้งหมดของคอมพิวเตอร์กลับเป็นสถานะเดิมเหมือนตอนที่ซื้อ และการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มรายการทั้งหมดของผู้ใช้จะถูกลบทิ้ง
  • Minimized Image Recovery (กู้คืนระบบโดยจำลองข้อมูลเบื้องต้น): ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหลายรุ่นของ HP จะมี Minimized Image Recovery ที่ทำหน้าที่ลบพาร์ติชั่นทั้งหมด รีฟอร์แมตฮาร์ดไดร์ฟ ติดตั้งระบบปฏิบัติการเดิมและไดร์เวอร์ฮาร์ดแวร์ใหม่ รวมทั้งติดตั้งซอฟต์แวร์ที่จำเป็นของ HP ใหม่ (เช่น HP Support Assistant และ HP Recovery Manager) Minimized Image Recovery จะไม่มีการติดตั้งแอพพลิเคชั่นและเกมแบบทดลองใช้ใหม่

กู้คืนระบบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก HP ของคุณ

คุณสามารถกู้คืนระบบได้ตามวิธีการต่อไปนี้ ขึ้นอยูกับเงื่อนไขทางระบบ:
  • การกู้คืนในกรณีที่ Windows 8 เปิดทำงานตามปกติ
  • การกู้คืนระบบกรณีที่ Windows 8 ทำงานไม่ปกติ
  • การกู้คืนผ่านสื่อบันทึกข้อมูลกู้ระบบ เช่น แผ่นดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟ USB

ดูวิดีโอเกี่ยวกับการดำเนินการกู้คืนระบบของ HP สำหรับโน้ตบุ๊ก HP ระบบ Windows 8

(ภาษาอังกฤษ)
หาก Windows 8 เปิดทำงานได้ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเริ่มการกู้คืนระบบจากเมนูเริ่มต้นของ Windows 8
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และแฟกซ์ จากนั้นลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  4. จากหน้าจอ Start ให้พิมพ์คำว่า์ recovery manager เพื่อเปิดชาร์ม Search (ค้นหา) จากนั้นเลือก HP Recovery Manager จากผลการค้นหา
    หากคุณได้รับแจ้งให้ใส่รหัสผ่านผู้ดูแลระบบหรือทำการยืนยันเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป กรุณาพิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน และหากหน้าต่าง User Account Control (การควบคุมบัญชีผู้ใช้) ถามว่าต้องการให้โปรแกรมทำการเปลี่ยนแปลงในคอมพิวเตอร์หรือไม่ ให้คลิก Yes (ใช่)
  5. จาก I need immediate help (ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน) คลิก Windows Recovery Environment
    รูปภาพ 1: Windows Recovery Environment
    ภาพประกอบ: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager โดยเลือก WIndows Recovery Environment ไว้ (พื้นหลังกล่องข้อความเป็นสีฟ้า)
  6. Recovery Manager จะถามคุณว่าต้องการรีบู๊ตและเข้าสู่สถานะการกู้คืนระบบหรือไม่ คลิก OK (ตกลง)
    รูปภาพ 2: ยืนยันการกู้คืนระบบ
    ภาพประกอบ: ยืนยันตัวเลือกเพื่อเข้าสู่สถานะการกู้คืนระบบ
  7. คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากส่วนพาร์ติชั่นกู้คืนของฮาร์ดไดร์ฟทำงานได้ตามปกติ หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) จะปรากฏขึ้น คลิก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
    รูปภาพ 3: เลือกหน้าจอตัวเลือก
    ภาพประกอบ: เลือกหน้าจอตัวเลือก
  8. จากหน้าจอ Troubleshoot คลิกเลือก Recovery Manager
    รูปภาพ 4: หน้าจอแก้ไขปัญหา
    ภาพประกอบ: หน้าจอแก้ไขปัญหา
  9. จากหน้าจอเลือกระบบปฏิบัติการ ให้คลิกเลือกระบบปฏิบัติการของคุณ ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น
  10. จาก I need immediate help (ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน) คลิก Minimized Image Recovery (กู้คืนระบบแบบจำลองข้อมูลเบื้องต้น)
    รูปภาพ 5: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager
  11. หาก Recovery Manager แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้็คุณเลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • แต่ในกรณีหากไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตััว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้คืนโดยไม่สำรองไฟล์) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) แล้วทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 6: ตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      ภาพประกอบ: ตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน (แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสำรอง:
        • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล ให้คลิกที่ Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดหรือไฟล์วิดีโอทั้งหมด
        • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล คลิกที่ User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 7: เลือกวิธีการสำรองข้อมูล
        ภาพประกอบ: เลือกวิธีการสำรองข้อมูล
      3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
      4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ จากนั้นเลือกสื่อบันทึกข้อมูลเพื่อสำรองข้อมูล แล้วคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 11: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      6. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 12: สถานะการสำรองข้อมูล
        ภาพประกอบ: สถานะการสำรองข้อมูล
      7. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        รูปภาพ 13: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพประกอบ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  12. หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager จะปรากฏขึ้น ให้อ่านข้อมูลบนหน้าจอ จากนั้นดึงอุปกรณ์หรือสายที่เชื่อมต่อออก เช่น สื่อบันทึกไฟล์มีเดียส่วนตัว ไดร์ฟ USB เครื่องพิมพ์และเครื่องแฟกซ์ จากนั้นลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ คลิก Next (ถัดไป) เพื่อดำเนินการต่อ)
    รูปภาพ 14: หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager
    ภาพประกอบ: หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager
  13. HP Recovery Manager จะเตรียมคอมพิวเตอร์สำหรับการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:กระบวนการนี้อาจใช้เวลา 30 ถึง 45 นาที อย่าแทรกการทำงานของ HP Recovery Manager ระหว่างการกู้คืนระบบ
    รูปภาพ 15: การเตรียมการกู้คืนระบบ
    ภาพประกอบ: การเตรียมการกู้คืนระบบ
  14. หลังจากเตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น ให้คลิกที่ Continue (ดำเนินการต่อ) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งของส่วนกู้คืนระบบ คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างกู้คืนระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่าปิด หรือตัดการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ขณะที่ HP Recovery ทำงาน
    รูปภาพ 16: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพประกอบ: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  15. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
  16. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 17: กู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพประกอบ: กู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  17. หลังจากติดตั้งเสร็จสิ้น ให้ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วต่ออุปกรณ์และสายต่อทั้งหมดใหม่ จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์
  18. แนะนำว่าก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยการติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่เคยติดตั้งไว้กลับเข้าไปใหม่
  19. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
หาก Windows 8 เปิดทำงานไม่ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้พื่อกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์:
หมายเหตุ:หากพาร์ติชั่นกู้คืนระบบในฮาร์ดดิสก์ทำงานผิดพลาด วิธีการนี้จะไม่สามารถใช้ได้และจะมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาดเกิดขึ้น หากข้อความระบุข้อผิดพลาดแจ้งว่าไม่สามารถเรียกใช้ System Recovery จากหน้าจอเริ่มการทำงาน คุณจะต้องเตรียมชุดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบหรือแฟลชไดร์ฟ USB กู้คืนระบบเพื่อทำการกู้คืนระบบ ทำตามคำแนะนำที่ระบุในหัวข้อต่อไปนี้ตามสื่อบันทึกข้อมูลกู้คืนระบบที่ใช้งาน: การเริ่มกู้คืนระบบจากดิสก์กู้คืนระบบ หรือ การเริ่มกู้คืนระบบจากแฟลชไดร์ฟ USB
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และแฟกซ์ ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และกดปุ่ม F11ซ้ำๆถี่ๆ วินาทีละครั้งจนกว่าหน้าจอ เลือกรูปแบบแป้นพิมพ์ จะปรากฏขึ้น แล้วทำตามคำแนะนำเหล่านี้:
    1. คลิกเพื่อเลือกรูปแบบแป้นพิมพ์
    2. คอมพิวเตอร์จะทำการรีสตาร์ท หากพาร์ติชั่นกู้คืนของฮาร์ดไดร์ฟทำงานได้ตามปกติ หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) จะปรากฏขึ้น คลิก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
      รูปภาพ 18: เลือกหน้าจอตัวเลือก
      ภาพประกอบ: เลือกหน้าจอตัวเลือก
    3. จากหน้าจอ Troubleshoot คลิกเลือก Recovery Manager
      รูปภาพ 19: หน้าจอแก้ไขปัญหา
      ภาพประกอบ: หน้าจอแก้ไขปัญหา
    4. จากหน้าจอเลือกระบบปฏิบัติการ ให้คลิกเลือกระบบปฏิบัติการของคุณ ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น
      รูปภาพ 20: หน้าจอเลือก OS
      ภาพประกอบ: หน้าจอเลือก OS
  4. จาก I need immediate help (ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน) คลิก Minimized Image Recovery (กู้คืนระบบแบบจำลองข้อมูลเบื้องต้น)
    รูปภาพ 21: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager
  5. เมื่อ Recovery Manager แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้คืนโดยไม่สำรองไฟล์) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 22: ตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      ภาพประกอบ: ตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน (แนะนำ)) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่ต้องการสำรอง:
        • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล ให้คลิกที่ Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดหรือไฟล์วิดีโอทั้งหมด
        • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล คลิกที่ User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 23: เลือกวิธีการสำรองข้อมูล
        ภาพประกอบ: เลือกวิธีการสำรองข้อมูล
      3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
      4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกสื่อบันทึกข้อมูลที่จะสำรองข้อมูล จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 27: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      6. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 28: สถานะการสำรองข้อมูล
        ภาพประกอบ: สถานะการสำรองข้อมูล
      7. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        รูปภาพ 29: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพประกอบ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  6. เมื่อหน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager ปรากฏขึ้น ให้อ่านข้อมูลบนหน้าจอ จากนั้นดึงอุปกรณ์หรือสายที่เชื่อมต่อออก เช่น สื่อบันทึกไฟล์มีเดียส่วนตัว ไดร์ฟ USB เครื่องพิมพ์และเครื่องแฟกซ์ แล้วลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ คลิก Next (ถัดไป) เพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ 30: หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager
    ภาพประกอบ: หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager
  7. HP Recovery Manager เตรียมคอมพิวเตอร์สำหรับการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:กระบวนการนี้อาจใช้เวลา 30 ถึง 45 นาที อย่าแทรกการทำงานของ HP Recovery Manager ระหว่างการกู้คืนระบบ
    รูปภาพ 31: การเตรียมการกู้คืนระบบ
    ภาพประกอบ: การเตรียมการกู้คืนระบบ
  8. หลังจากเตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น ให้คลิกที่ Continue (ดำเนินการต่อ) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งของส่วนกู้คืนระบบ คอมพิวเตอร์จะมีการรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างกู้คืนระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่าปิด หรือตัดการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ขณะที่ HP Recovery ทำงาน
    รูปภาพ 32: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพประกอบ: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  9. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
  10. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ จากนั้นปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 33: กู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพประกอบ: กู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  11. หลังจากติดตั้งเสร็จสิ้น ให้ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วต่ออุปกรณ์และสายต่อทั้งหมดใหม่ จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์
  12. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยใดต่างๆ ที่เคยติดตั้งไว้ก่อนหน้านี้กลับเข้าไปใหม่
  13. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ชุดแผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืน (ซีดีหรือดีวีดี) คุณสามารถใช้แผ่นดิสก์ที่เคยได้รับจาก HP หรือแผ่นดิสก์ที่คุณจัดทำขึ้นเอง
หมายเหตุ:HP ไม่ได้จัดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบไว้ให้ในกล่องพร้อมกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เนื่องจากซอฟต์แวร์กู้ระบบมีการติดตั้งมาในฮาร์ดไดร์ฟไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามคุณสามารถขอดิสก์กู้คืนระบบได้จากฝ่ายบริการของ HP หรือใช้ Recovery Manager เพื่อจัดทำชุดดิสก์กู้คืนระบบด้วยตัวเอง ทาง HP ขอแนะนำให้จัดทำดิสก์กู้คืนระบบเมื่อเริ่มใช้งานคอมพิวเตอร์และจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามแผ่น Support Sent Recovery Discs (แผ่นดิสก์กู้ระบบจากฝ่ายบริการ) อาจต้องใช้เวลา 4 ถึง 6 ชั่วโมงในการกู้ระบบ แผ่นดิสก์กู้คืนระบบที่คุณจัดทำโดยปกติจะใช้เวลาในการกู้คืนน้อยกว่านี้ กรุณาดูรายละเอียดการจัดทำชุดดิสก์กู้คืนระบบได้จากหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้คืนระบบหรือการบันทึกข้อมูลจำลองเพื่อกู้คืนระบบไปแฟลชไดร์ฟ USB ใน Windows 8
  1. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และแฟกซ์ ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  2. หลังจากปิดคอมพิวเตอร์แล้ว ให้กดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้เพื่อเปิดคอมพิวเตอร์
  3. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
    รูปภาพ 34: เมนู Startup
    ภาพประกอบ: เมนู Startup
  4. กด F9 เพื่อเปิดเมนู Boot Device Options
  5. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 35: เมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    ภาพประกอบ: เมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    หมายเหตุ: ในกรณีที่มีไดร์ฟ CD/DVD ให้เลือกมากกว่าหนึ่งไดร์ฟจากรายการอุปกรณ์ที่บู๊ตได้ ให้เลือกไดร์ฟ CD/DVD จากรายการเพื่อดูว่า HP Recovery จะเริ่มทำงานหรือไม่ หากการกู้คืนระบบไม่เริ่มต้นหรือมีการแจ้งว่าแผ่นดิสก์ไม่ใช้ดิสก์ระบบปฏิบัติการ ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิดปิด จากนั้นทวนซ้ำขั้นตอนนี้เพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD อื่น หลังจากการกู้ระบบเริ่มทำงาน ให้ใช้ขั้นตอนที่แจ้งต่อไปเพื่อสิ้นสุดการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกดิสก์ไดร์ฟได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จากเอกสารชุดนี้
  6. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากแผ่นดิสก์ที่ใส่ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 36: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพประกอบ: เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล
  7. HP Recovery Manager จะเปิดขึ้นมา เลือก Minimized Image Recovery (กู้คืนระบบจากข้อมูลจำลองเบื้องต้น)
    รูปภาพ 37: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager
    ภาพประกอบ: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager
  8. เมื่อ Recovery Manager แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้คืนโดยไม่สำรองไฟล์) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 38: ตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      ภาพประกอบ: ตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน (แนะนำ)) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสำรอง:
        • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล ให้คลิกที่ Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดและไฟล์วิดีโอทั้งหมด
        • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล คลิกที่ User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 39: เลือกวิธีการสำรองข้อมูล
        ภาพประกอบ: เลือกวิธีการสำรองข้อมูล
      3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
      4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกสื่อบันทึกข้อมูลที่จะสำรองข้อมูล จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 43: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      6. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 44: สถานะการสำรองข้อมูล
        ภาพประกอบ: สถานะการสำรองข้อมูล
      7. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        รูปภาพ 45: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพประกอบ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  9. HP Recovery Manager จะเตรียมคอมพิวเตอร์สำหรับการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:กระบวนการนี้อาจใช้เวลา 30 ถึง 45 นาที อย่าแทรกการทำงานของ HP Recovery Manager ระหว่างการกู้คืนระบบ
    รูปภาพ 46: การเตรียมการกู้คืนระบบ
    ภาพประกอบ: การเตรียมการกู้คืนระบบ
  10. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม ใส่แผ่นดิสก์กู้คืนระบบแต่ละแผ่นใน CD/DVD เมื่อได้รับแจ้ง
    รูปภาพ 47: ใส่แผ่นดิสก์กู้คืนระบบถัดไป
    ภาพประกอบ: ใส่แผ่นดิสก์กู้คืนระบบถัดไป
  11. หลังจากเตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น ให้คลิกที่ Continue (ดำเนินการต่อ) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งของส่วนกู้คืนระบบ คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างกู้คืนระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่าปิด หรือตัดการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ขณะที่ HP Recovery ทำงาน
    รูปภาพ 48: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพประกอบ: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  12. หลังจากติดตั้งเสร็จสิ้น ให้ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วต่ออุปกรณ์และสายต่อทั้งหมดใหม่ จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์
  13. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้ก่อนทำการกู้คืนระบบกลับเข้าไปใหม่
  14. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ USB แฟลชไดรฟ์
หมายเหตุ:กระบวนการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์ผ่านแฟลชไดร์ฟ USB จะคล้ายกับขั้นตอนการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์จากดิสก์กู้ข้อมูล สามารถใช้คำแนะนำจาก การกู้คืนระบบจากดิสก์กู้ข้อมูล เพื่อดูขั้นตอนในการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์ผ่านแฟลชไดร์ฟ USB
หมายเหตุ:ดูรายละเอียดการบันทึกข้อมูลจำลองสำหรับกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้ข้อมูลหรือการบันทึกข้อมูลจำลองเพื่อกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB ใน Windows 8
  1. เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเสียบ USB แฟลชไดรฟ์เข้าไปในพอร์ต USB
  2. ปิดคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้
  3. ปลดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าปลดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ แฟลชไดร์ฟกู้ข้อมูล USB หรือสายไฟออก
  4. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
    รูปภาพ 49: เมนู Startup
    ภาพประกอบ: เมนู Startup
  5. กด F9 เพื่อเปิดเมนู Boot Device Options
  6. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือกแฟลชไดร์ฟ USB จากนั้นกด Enter
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จากเอกสารชุดนี้
  7. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากไดร์ฟ USB ที่ใส่ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 50: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพประกอบ: เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล
  8. ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อสำรองและกู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของคุณ
  9. หลังกู้คืนระบบและติดตั้งข้อมูลเสร็จสิ้น ให้ปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นต่ออุปกรณ์และสายต่อทั้งหมดใหม่แล้วเปิดคอมพิวเตอร์
  10. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้ก่อนทำการกู้คืนระบบกลับเข้าไปใหม่
  11. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่

ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก

ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องปิดระบบบู๊ตแบบปลอดภัยใน BIOS เพื่อเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้แผ่นดิสก์กู้ข้อมูล ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อปิด Secure Boot ใน BIOS
  1. ใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อเปิด Computer Setup Utility
    • เปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม F10 ซ้ำ ๆ ทันที ประมาณวินาทีละหนึ่งครั้ง จนกว่า Computer Setup Utlity เปิดขึ้นมา
    • เปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม Escape ซ้ำ ๆ ทันที ประมาณวินาทีละหนึ่งครั้ง จนกระทั่งเมนู Startup เปิดขึ้นมา จากนั้นกด F10
    เรียกค้นเมนูโดยเลือกหน้าจอเมนูโดยการกดลูกศรซ้ายหรือขวา ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นหรือลงเพื่อเลื่อนรายการบนหน้จอเมนู กดปุ่ม Enter เพื่อเลือกรายการและเปิดเมนูย่อย จากนั้นใช้ปุ่มลูกศรซ้ายและขวาเพื่อปรับแต่งค่า กดปุ่ม F10 เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและออกจากเมนูย่อย หรือกดปุ่ม Esc เพื่อออกจากเมนูย่อยโดยไม่บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  2. ใช้ปุ่มลูกศรขวาเพื่อเลือกเมนู System Configuration (ส่วนกำหนดค่าทางระบบ) ) ใช้ลูกศรลงเพื่อเลือก Boot Options (ตัวเลือกการบู๊ต) จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 51: เมนู System Configuration (ส่วนกำหนดค่าทางระบบ)
    เมนู System Configuration (ส่วนกำหนดค่าทางระบบ)
    รูปภาพ 52: เมนู Boot Options (ตัวเลือกการบู๊ต)
    เมนู Boot Options (ตัวเลือกการบู๊ต)
  3. ใช้ปุ่มลูกศรลงเพื่อเลือก Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นกดปุ่ม Enter แล้วใช้ปุ่มลูกศรลงเพื่อแก้ไขค่าเป็น Disable (ปิดใช้งาน)
  4. กด F10 เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลงและออกจากรายการ
  5. Computer Setup Utility จะปิด จากนั้นคอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงาน หลังจากคอมพิวเตอร์รีสตาร์ท หน้าจอเปลี่ยนโหมดบู๊ตระบบปฏิบัติการจะปรากฏขึ้นเพื่อแจ้งให้คุณยืนยันการเปลี่ยนแปลง Boot Options (ตัวเลือกในการบู๊ต) พิมพ์รหัสที่แจ้งในหน้าจอ จากนั้นกด Enter เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง
  6. ใช้ปุ่มลูกศรซ้ายเพื่อเลือกเมนู File (ไฟล์) จากนั้นใช้ปุ่มลูกศรลงเพื่อเลือก Save Changes and Exit (บันทึกการเปลี่ยนแปลงและออกจากรายการ) จากนั้นกด Enter เพื่อเลือก Yes (ใช่)
  7. Computer Setup Utility จะปิด จากนั้นคอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงาน หลังจากคอมพิวเตอร์รีสตาร์ทแล้ว ให้ใช้ปุ่มเปิดปิดเพื่อปิดคอมพิวเตอร์

กู้คืนระบบคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป HP ของคุณ

คุณสามารถกู้คืนระบบได้ตามวิธีการต่อไปนี้ ขึ้นอยูกับเงื่อนไขทางระบบ:
  • การกู้คืนในกรณีที่ Windows 8 เปิดทำงานตามปกติ
  • การกู้คืนระบบกรณีที่ Windows 8 ทำงานไม่ปกติ
  • การกู้คืนผ่านสื่อบันทึกข้อมูลกู้ระบบ เช่น แผ่นดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟ USB

ดูวิดีโอเกี่ยวกับการดำเนินการกู้คืนระบบของ HP สำหรับเดสก์ทอป HP ระบบ Windows 8

(ภาษาอังกฤษ)
หาก Windows 8 เปิดทำงานได้ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเริ่มการกู้คืนระบบจากเมนูเริ่มต้นของ Windows 8
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  4. เลื่อนเมาส์ไปที่มุมด้านขวาบนของหน้าจอ คลิก Search (ค้นหา) จากนั้นพิมพ์ recovery (กู้คืน)
  5. จากผลการค้นหาทางด้านซ้ายของหน้าจอ คลิกเลือก Recovery Manager
    หากคุณได้รับแจ้งให้ใส่รหัสผ่านผู้ดูแลระบบหรือยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือยืนยัน หากหน้าต่าง User Account Control (การควบคุมบัญชีผู้ใช้) ถามว่าต้องการให้โปรแกรมทำการเปลี่ยนแปลงในคอมพิวเตอร์หรือไม่ คลิก Yes (ใช่)
  6. จาก I need help immediately (ต้องการความช่วยเหลือทันที) คลิกที่ System Recovery (กู้คืนระบบ)
    รูปภาพ 53: หน้าจอหลักของ Recovery Manager
    ภาพประกอบ: หน้าจอหลัก Recovery Manager
  7. Recovery Manager จะถามว่าต้องการกู้คืนคอมพิวเตอร์เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานหรือไม่ คลิก Yes (ใช่) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 54: หน้าจอยืนยันของตัวจัดการการกู้คืน
    หน้าจอยืนยันของตัวจัดการการกู้คืน
  8. คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากพาร์ติชันการกู้คืนบนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ทำงานได้ปกติ หน้าต่าง Recovery Manager จะปรากฏขึ้น
    หมายเหตุ:หากพาร์ติชั่นกู้คืนระบบในฮาร์ดดิสก์ทำงานผิดพลาด จะต้องเตรียมชุดดิสก์กู้ข้อมูลเพื่อกู้คืนระบบ ปฏิบัติตามคำแนะนำที่แสดงอยู่ในส่วน การเริ่มกู้คืนระบบจากแผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืน
    รูปภาพ 55: ตัวจัดการการกู้คืนหลังการรีสตาร์ท
    ตัวจัดการการกู้คืนหลังการรีสตาร์ท
  9. คลิก การกู้คืนระบบ
  10. เมื่อ System Recovery แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้คืนโดยไม่สำรองไฟล์) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 56: Recovery Manager: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      คุณต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลของคุณก่อนหรือไม่
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน (แนะนำ)) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 61: หน้าต่างการสำรองไฟล์
        หน้าต่างการสำรองไฟล์
      3. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกสื่อบันทึกข้อมูลที่จะสำรองข้อมูล จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 62: เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
        หน้าต่างการสำรองไฟล์ เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
      4. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 63: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: หน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 64: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: การจัดทำข้อมูลสำรอง
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
      รูปภาพ 65: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      ภาพประกอบ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  11. คลิก ตกลง ในคำเตือนที่ปรากฏขึ้น
    รูปภาพ 66: แจ้งเตือนตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    ภาพประกอบ: แจ้งเตือนให้ตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    รูปภาพ 67: แจ้งเตือนรีเซ็ตข้อมูลผู้ใช้
    ภาพประกอบ: แจ้งเตือนว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดจะสูญหาย
  12. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
    รูปภาพ 68: สถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
    ภาพประกอบ: สถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
  13. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 69: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพประกอบ: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  14. หลังจากติดตั้งเสร็จสิ้น ให้ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วต่ออุปกรณ์และสายต่อทั้งหมดใหม่ จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์
  15. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้ก่อนทำการกู้คืนระบบกลับเข้าไปใหม่
  16. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
หาก Windows 8 เปิดทำงานไม่ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้พื่อกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์:
หมายเหตุ:หากพาร์ติชั่นกู้คืนระบบในฮาร์ดดิสก์ทำงานผิดพลาด วิธีการนี้จะไม่สามารถใช้ได้และจะมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาดเกิดขึ้น หากข้อความระบุข้อผิดพลาดแจ้งว่าไม่สามารถเรียกใช้ System Recovery จากหน้าจอเริ่มการทำงาน จะต้องเตรียมชุดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบหรือแฟลชไดร์ฟ USB กู้คืนระบบเพื่อทำการกู้คืนระบบ ทำตามคำแนะนำที่ระบุในหัวข้อต่อไปนี้ตามสื่อบันทึกข้อมูลกู้คืนระบบที่ใช้งาน: การเริ่มกู้คืนระบบจากดิสก์กู้คืนระบบ หรือ การเริ่มกู้คืนระบบจากแฟลชไดร์ฟ USB
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และกดปุ่ม F11ซ้ำ ๆ วินาทีละครั้งจนกว่าหน้าจอแรกจะปรากฏขึ้น จากนั้นทำตามคำแนะนำต่อไปนี้
    1. คลิกเพื่อเลือกภาษา
    2. คลิกเพื่อเลือกรูปแบบแป้นพิมพ์
    3. คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากพาร์ติชั่นกู้คืนของฮาร์ดไดร์ฟทำงานได้ตามปกติ หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) จะปรากฏขึ้น คลิก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
      รูปภาพ 70: เลือกหน้าจอตัวเลือก
      ภาพประกอบ: เลือกหน้าจอตัวเลือก
    4. จากหน้าจอ Troubleshoot คลิกเลือก Recovery Manager ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น
      รูปภาพ 71: หน้าจอแก้ไขปัญหา
      ภาพประกอบ: หน้าจอแก้ไขปัญหา
    5. จากหน้าจอเลือกระบบปฏิบัติการ ให้คลิกเลือกระบบปฏิบัติการของคุณ ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น
  4. ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น จาก I need help immediately (ต้องการความช่วยเหลือทันที) คลิกที่ System Recovery (กู้คืนระบบ)
    รูปภาพ 72: หน้าจอหลักของ Recovery Manager
    ภาพประกอบ: หน้าจอหลัก Recovery Manager
  5. เมื่อ System Recovery แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้คืนโดยไม่สำรองไฟล์) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 73: Recovery Manager: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      คุณต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลของคุณก่อนหรือไม่
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน (แนะนำ)) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 74: หน้าต่างการสำรองไฟล์
        หน้าต่างการสำรองไฟล์
      3. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกสื่อบันทึกข้อมูลที่จะสำรองข้อมูล จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 75: เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
        หน้าต่างการสำรองไฟล์ เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
      4. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 76: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: หน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 77: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: การจัดทำข้อมูลสำรอง
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
      รูปภาพ 78: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      ภาพประกอบ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  6. คลิก OK (ตกลง) ในการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นn the warnings that appear.
    รูปภาพ 79: แจ้งเตือนตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    ภาพประกอบ: แจ้งเตือนให้ตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    รูปภาพ 80: แจ้งเตือนรีเซ็ตข้อมูลผู้ใช้
    ภาพประกอบ: แจ้งเตือนว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดจะสูญหาย
  7. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
    รูปภาพ 81: สถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
    ภาพประกอบ: สถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
  8. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 82: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพประกอบ: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  9. หลังจากติดตั้งเสร็จสิ้น ให้ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วต่ออุปกรณ์และสายต่อทั้งหมดใหม่ จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์
  10. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้ก่อนทำการกู้คืนระบบกลับเข้าไปใหม่
  11. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ชุดแผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืน (ซีดีหรือดีวีดี) สามารถกำหนดดิสก์เป็นดิสก์จากส่วนบริการของ HP หรือดิสก์ที่คุณจัดทำขึ้นเอง
หมายเหตุ:HP ไม่ได้จัดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบไว้ให้ในกล่องพร้อมกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เนื่องจากซอฟต์แวร์กู้ระบบติดตั้งมาในฮาร์ดไดร์ฟ สามารถขอกู้คืนระบบได้จากฝ่ายบริการของ HP หรือใช้ Recovery Manager เพื่อจัดทำชุดดิสก์กู้คืนระบบด้วยตัวเอง HP ขอแนะนำให้จัดทำดิสก์กู้คืนระบบเมื่อได้คอมพิวเตอร์และจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย Support Sent Recovery Discs (ดิสก์กู้ระบบจากฝ่ายบริการ) อาจต้องใช้เวลา 4 ถึง 6 ชั่วโมงในการกู้ระบบ แต่ดิสก์กู้คืนระบบที่คุณจัดทำมักใช้เวลาในการกู้คืนน้อยกว่านี้ ดูรายละเอียดการจัดทำชุดดิสก์กู้คืนระบบได้จากหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้คืนระบบหรือการบันทึกข้อมูลจำลองเพื่อกู้คืนระบบไปแฟลชไดร์ฟ USB ใน Windows 8
  1. เปิดคอมพิวเตอร์ และใส่แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนลงในไดรฟ์
  2. กดปุ่มเปิดปิดค้างไว้เพื่อปิดคอมพิวเตอร์
  3. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  4. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  5. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ถี่ๆ จนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
  6. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 83: เมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    ภาพประกอบ: เมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    หมายเหตุ: อาจมีไดร์ฟ CD/DVD ให้เลือกมากกว่าหนึ่งไดร์ฟจากรายการอุปกรณ์ที่บู๊ตได้ ในกรณีนี้ให้เลือกไดร์ฟ CD/DVD จากรายการเพื่อดูว่า HP Recovery จะเริ่มทำงานหรือไม่ หากการกู้คืนระบบไม่เริ่มต้นหรือมีการแจ้งว่าแผ่นดิสก์ไม่ใช้ดิสก์ระบบปฏิบัติการ ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิดปิด แล้วทวนซ้ำขั้นตอนนี้เพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD อื่น หลังจากการกู้ระบบเริ่มทำงาน ให้ใช้ขั้นตอนที่แจ้งต่อไปเพื่อสิ้นสุดการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกดิสก์ไดร์ฟได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot และเปิดใช้ Legacy Support ในคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป จากเอกสารชุดนี้
  7. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากแผ่นดิสก์ที่ใส่ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 84: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพประกอบ: เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล
  8. เลือกตัวเลือกตามประเภทแผ่นดิสก์กู้ข้อมูลี:
      คลิก Factory Reset (รีเซ็ตเป็นค่าจากโรงงาน) จาก I need help immediately (ต้องการความช่วยเหลือทันที) หากหน้าจอถัดไปแจ้งให้ยืนยันตัวเลือกของคุณ เลือก Yes (ใช่) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) หากไม่มีหน้าจอยืนยันปรากฏขึ้น ให้เข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
      รูปภาพ 85: ตัวจัดการการกู้คืนโดยใช้แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ผู้ใช้สร้างขึ้น
      ตัวจัดการการกู้คืนกับแผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ผู้ใช้สร้างขึ้น
    • แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ได้รับมาจากฝ่ายสนับสนุนของ HP:
      ให้เลือกตัวเลือกต่อไปนี้ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ตามรายการดังนี้ัั้
      • รีเซ็ตกลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน - รีเซ็ตคอมพิวเตอร์โดยการลบไดรฟ์ทั้งหมดและคืนค่ากลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
      • รีเซ็ตคอมพิวเตอร์โดยการลบไดรฟ์ทั้งหมดและคืนค่ากลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
      รูปภาพ 86: ตัวจัดการการกู้คืนโดยใช้แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ HP ให้มา
      ตัวจัดการการกู้คืนกับแผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ HP ให้มา
  9. เมื่อ System Recovery แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้คืนโดยไม่สำรองไฟล์) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 87: Recovery Manager: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      คุณต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลของคุณก่อนหรือไม่
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน (แนะนำ)) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 88: หน้าต่างการสำรองไฟล์
        หน้าต่างการสำรองไฟล์
      3. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกสื่อบันทึกข้อมูลที่จะสำรองข้อมูล จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 89: เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
        หน้าต่างการสำรองไฟล์ เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
      4. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 90: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: หน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 91: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: การจัดทำข้อมูลสำรอง
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
      รูปภาพ 92: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      ภาพประกอบ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  10. คลิก OK (ตกลง) ในการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นn the warnings that appear.
    รูปภาพ 93: แจ้งเตือนตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    ภาพประกอบ: แจ้งเตือนให้ตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    รูปภาพ 94: แจ้งเตือนรีเซ็ตข้อมูลผู้ใช้
    ภาพประกอบ: แจ้งเตือนว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดจะสูญหาย
  11. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม ใส่แผ่นดิสก์กู้คืนระบบแต่ละแผ่นใน CD/DVD เมื่อได้รับแจ้ง
    รูปภาพ 95: สถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
    ภาพประกอบ: สถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
  12. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้นำแผ่นดิสก์ออก หากถาดใส่ดิสก์ไม่เปิดออกมา ให้กดปุ่มเปิดที่คอมพิวเตอร์เพื่อนำแผ่นดิสก์ออกมา
    รูปภาพ 96: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพประกอบ: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  13. คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
  14. คอมพิวเตอร์จะปิดหรือรีสตาร์ท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นของคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้ หากคอมพิวเตอร์ปิด ให้รอ 5 วินาที แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ใหม่
    หมายเหตุ: หากคุณใช้แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ได้รับมาจาก HP อาจใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงในการดำเนินการตามกระบวนการกู้คืนให้เสร็จสมบูรณ์ อย่าขัดจังหวะกระบวนการกู้คืน ขั้นตอนกู้คืนระบบเสร็จสิ้นเมื่อหน้าจอ Windows Setup ปรากฏขึ้น
  15. ดำเนินการติดตั้ง Windows ให้เสร็จสมบูรณ์เมื่อหน้าจอปรากฏ
  16. หลังจากติดตั้ง Windows เสร็จสิ้น ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายต่อทั้งหมดกลับเข้าที่ จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์
  17. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้ก่อนทำการกู้คืนระบบกลับเข้าไปใหม่
  18. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ USB แฟลชไดรฟ์
หมายเหตุ:ดูรายละเอียดการบันทึกข้อมูลจำลองสำหรับกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้ข้อมูลหรือการบันทึกข้อมูลจำลองเพื่อกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB ใน Windows 8
  1. เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเสียบ USB แฟลชไดรฟ์เข้าไปในพอร์ต USB
  2. ปิดคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้
  3. ปลดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าปลดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ แฟลชไดร์ฟกู้ข้อมูล USB หรือสายไฟออก
  4. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  5. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
  6. กด F9 เพื่อเปิดเมนู Boot Device Options
  7. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือกไดร์ฟกู้ข้อมูล USB จากนั้นกด Enter
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot และเปิดใช้ Legacy Support ในคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป จากเอกสารชุดนี้
  8. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากสื่อบันทึกข้อมูลที่เชื่อมต่อ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 97: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพประกอบ: เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล
  9. จาก I need help immediately (ต้องการความช่วยเหลือทันที) คลิกที่ System Recovery (กู้คืนระบบ)
    รูปภาพ 98: System Recovery (กู้คืนระบบ)
    ภาพประกอบ: System Recovery (กู้คืนระบบ)
  10. จากหน้าจอถัดไป เลือก Yes (ใช่) เพื่อยืนยันว่าคุณต้องการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์เป็นค่าเดิมจากโรงาน จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) เพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ 99: การคืนค่าการตรวจสอบคอมพิวเตอร์
    การคืนค่าการตรวจสอบคอมพิวเตอร์
  11. เมื่อ System Recovery แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้คืนโดยไม่สำรองไฟล์) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 100: Recovery Manager: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      คุณต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลของคุณก่อนหรือไม่
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน (แนะนำ)) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 101: หน้าต่างการสำรองไฟล์
        หน้าต่างการสำรองไฟล์
      3. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกสื่อบันทึกข้อมูลที่จะสำรองข้อมูล จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 102: เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
        หน้าต่างการสำรองไฟล์ เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
      4. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 103: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: หน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 104: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพประกอบ: การจัดทำข้อมูลสำรอง
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
      รูปภาพ 105: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      ภาพประกอบ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  12. คลิก Next (ถัดไป) ข้อความจะปรากฏขึ้นเพื่อเตือนให้คุณปลดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์ ดังนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปลดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว ยกเว้นแฟลชไดรฟ์สำหรับการกู้คืน แล้วคลิก OK (ตกลง)
    รูปภาพ 106: แจ้งเตือนตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    ภาพประกอบ: แจ้งเตือนให้ตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    รูปภาพ 107: แจ้งเตือนรีเซ็ตข้อมูลผู้ใช้
    ภาพประกอบ: แจ้งเตือนว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดจะสูญหาย
  13. อ่านและปฏิบัติตามหน้าจอเมื่อปรากฏขึ้น สถานะการกู้คืนระบบจะปรากฏขึ้น
    รูปภาพ 108: สถานการกู้คืนระบบ
    ภาพประกอบ: กำลังกู้คืนระบบ
  14. ถอด USB แฟลชไดรฟ์ออกจากพอร์ต USB
  15. คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
    รูปภาพ 109: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพประกอบ: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  16. คอมพิวเตอร์จะปิดหรือรีสตาร์ท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นของคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้ หากคอมพิวเตอร์ปิด ให้รอ 5 วินาที แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ใหม่
  17. ดำเนินการติดตั้ง Windows ให้เสร็จสมบูรณ์เมื่อหน้าจอปรากฏ
  18. หลังจากติดตั้ง Windows เสร็จสิ้น ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายต่อทั้งหมดกลับเข้าที่ จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์
  19. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่เคยติดตั้งไว้กลับเข้าไปใหม่
  20. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่

ปิด Secure Boot และเปิดใช้ Legacy Boot จากคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป

ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องปิดระบบบู๊ตแบบปลอดภัยใน BIOS เพื่อเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้แผ่นดิสก์กู้ข้อมูล ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อปิด Secure Boot ใน BIOS
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. เปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม F10 ซ้ำ ๆ ทันที ประมาณวินาทีละหนึ่งครั้ง จนกว่า Computer Setup Utlity เปิดขึ้นมา
  3. ใช้ปุ่มลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเลือกเมนู Security (ความปลอดภัย) ใช้ลูกศรขึ้นหรือลงเพื่อเลือก Secure Boot Configuration (ตั้งค่าการบู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 110: เมนู Security
    ภาพเมนู Security
  4. การแจ้งเตือนสำหรับ Secure Boot Configuration จะปรากฏขึ้นมา กด F10 เพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ 111: Secure Boot Configuration
    ภาพหน้าจอแจ้งเตือน Secure Boot Configuration
  5. ใช้ลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือก Secure Boot จากนั้นใช้ลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเปลี่ยนค่าเป็น Disable (ปิดใช้งาน)
    รูปภาพ 112: Secure Boot Configuration
    ภาพ Secure Boot Configuration
  6. ใช้ลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือก Legacy Support (รองรับอุปกรณ์เก่า) จากนั้นใช้ลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเปลี่ยนค่าเป็น Enable (เปิดใช้งาน))
  7. กด F10 เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลง
  8. กด F10 (อีกครั้ง) จากนั้นกด Enter สองครั้งเพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
    รูปภาพ 113: Save Changes and Exit
    ภาพเมนู File
  9. ทันทีที่คอมพิวเตอร์สตาร์ท ข้อความจะปรากฏขึ้นเพื่อแจ้งว่าโหมดบู๊ตมีการเปลี่ยนแปลง
    รูปภาพ 114: ข้อความแจ้งการเปลี่ยนแปลงของโหมดบู๊ต
    ข้อความแจ้งการเปลี่ยนแปลงของโหมดบู๊ต
  10. พิมพ์รหัสสี่หลักที่แจ้งในข้อความ จากนั้นกด Enter เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง
    หมายเหตุ:ไม่มีฟิลด์ข้อความปรากฏขึ้นสำหรับรหัส นี่เป็นสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว หลังจากพิมพ์หมายเลข รหัสจะถูกบันทึกไว้โดยไม่มีฟิลด์ข้อความ
    คอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงานใน Windows 8

ลิงค์บริการที่เกี่ยวข้อง

เยี่ยมชมฟอรั่มการสนับสนุนลูกค้า HP

ค้นหาโซลูชั่นและร่วมมือกับผู้อื่นบนฟอรั่มการสนับสนุนลูกค้า HP