ไปที่เนื้อหา

การดำเนินการกู้คืนระบบของ HP (Windows 8)

  • พิมพ์พิมพ์
เอกสารนี้ระบุข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์ HP และ Compaq ที่ติดตั้ง Windows 8
เอกสารนี้อธิบายวิธีการรีเซ็ตคอมพิวเตอร์กลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นหัวข้อตามวิธีการดำเนินการกู้ข้อมูลแบบต่าง ๆ
สำหรับ Windows 8 ขั้นตอนในการรีเซ็ตคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานจะแตกต่างจากขั้นตอนสำหรับการรีเซ็ตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน คำแนะนำเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่ผลิตคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามคำแนะนำนี้สำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ หากคุณไม่แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณผลิตเมื่อใด สามารถเลือกคำแนะนำจากสีพื้นหลังของหน้าต่างการกู้ข้อมูลระบบ
ควรสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดไว้ และอ่านข้อควรระวังให้ครบทุกข้อก่อนทำการกู้คืนระบบ
คำเตือน: หากคอมพิวเตอร์มาพร้อมกับ Windows Vista หรือ Windows 7 และคอมพิวเตอร์มีการอัพเกรดเป็น Windows 8 ขั้นตอนการคืนค่าจะเป็นการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ คุณต้องอัพเกรดเป็น Windows 8 (อีกครั้ง) หลังจากที่การกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ หากคอมพิวเตอร์มาพร้อมกับ Windows Vista และมีการอัพเกรดเป็น Windows 8 ดูรายละเอียดจากหัวข้อ การดำเนินการกู้คืนระบบของ HP (Windows Vista) หากคอมพิวเตอร์มาพร้อมกับ Windows 7 และมีการอัพเกรดเป็น Windows 8 ดูรายละเอียดจากหัวข้อ การดำเนินการกู้คืนระบบของ HP (Windows 7)
กระบวนการกู้คืนระบบโดยสมบูรณ์อาจใช้เวลา 4 ถึง 6 ชั่วโมงหรือมากกว่านี้ เพื่อให้ดีที่สุด คอมพิวเตอร์ควรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างขั้นตอนนี้ อย่าปิดกระแสไฟหรือหยุดขั้นตอนการกู้คืนระบบจนกว่าจะได้รับแจ้งให้ล็อกอินที่ Windows แจ้ง
หมายเหตุ: หากคุณไม่ได้ใช้ Windows 8 รุ่นล่าสุด กราฟิกและข้อมูลบางส่วนในเอกสารชุดนี้อาจไม่ตรงกัน ขอรับผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดได้จาก Microsoft Store

ประเภทการกู้ข้อมูลระบบ (Windows 8)

คอมพิวเตอร์ของคุณอาจมีระบบกู้คืนสามประเภท หรืออาจมีเพียงสองประเภท ใช้การกู้คืนระบบที่แก้ไขปัญหาของคุณได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงค่าเพิ่มเติมเกินความจำเป็น
  • System Recovery (กู้คืนระบบ): ตัวเลือกนี้จะทำการฟอร์แมตไดร์ฟของเครื่อง (โดยปกติจะเป็น C:) และติดตั้งระบบปฏิบัติการเดิมใหม่ จากนั้นติดตั้งไดร์เวอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีอยู่เดิม
    คำเตือน:หากขนาดของพาร์ติชั่น (โดยปกติคือ C:) ลดลงต่ำกว่าเงื่อนไขที่กำหนด พาร์ติชั่นอื่นที่ผู้ใช้จัดทำไว้จะถูกลบทิ้งและข้อมูลที่จัดเก็บจะหายไป
  • Factory Reset (รีเซ็ตค่าจากโรงงาน): Factory Reset จะลบพาร์ติชั่นทั้งหมดและรีฟอร์แมตฮาร์ดไดร์ฟทั้งหมด ติดตั้งระบบปฏิบัติการเดิมใหม่ และติดตั้งไดร์เวอร์รวมทั้งซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่เดิมทั้งหมดใหม่ ตัวเลือกนี้ยังเป็นการจัดทำพาร์ติชั่นกู้คืนระบบที่จำเป็นใหม่ (โดยปกติเป็น D:) รวมทั้งพาร์ติชั่น UEFI (โดยปกติเป็น E:) และติดตั้งซอฟต์แวร์ที่จำเป็นใหม่
    ตัวเลือก Factory Reset จะปรับซอฟต์แวร์ทั้งหมดของคอมพิวเตอร์กลับเป็นสถานะเดิมเมื่อตอนที่จัดซื้อ การเปลี่ยนแปลงและเพิ่มรายการทั้งหมดของผู้ใช้จะถูกลบทิ้ง
  • Minimized Image Recovery (กู้คืนระบบโดยจำลองข้อมูลเบื้องต้น): ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหลายรุ่นของ HP จะมี Minimized Image Recovery ที่ทำหน้าที่ลบพาร์ติชั่นทั้งหมด รีฟอร์แมตฮาร์ดไดร์ฟ ติดตั้งระบบปฏิบัติการเดิมและไดร์เวอร์ฮาร์ดแวร์ใหม่ รวมทั้งติดตั้งซอฟต์แวร์ที่จำเป็นของ HP ใหม่ (เช่น HP Support Assistant และ HP Recovery Manager) Minimized Image Recovery จะไม่มีการติดตั้งแอพพลิเคชั่นและเกมแบบทดลองใช้ใหม่
หากต้องการให้คอมพิวเตอร์กลับเป็นสถานะก่อนหน้า ให้ใช้ฟังก์ชั่นกู้ข้อมูลระบบเพื่อดำเนินการต่าง ๆ เช่น
  • ฟอร์แมตไดร์ฟระบบใหม่
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการดั้งเดิมใหม่
  • ติดตั้งไดร์เวอร์และซอฟต์แวร์ดั้งเดิมใหม่
เรียนรู้วิธีการกู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจาก HP ระบบ Windows 8 โดยใช้วิธีการต่อไปนี้
  • การกู้ข้อมูลกรณีที่ Windows 8 เปิดทำงานปกติ
  • การกู้ข้อมูลกรณีที่ Windows 8 เปิดทำงานผิดปกติ
  • การกู้ข้อมูลผ่านชุดข้อมูลกู้ระบบ เช่น แผ่นดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟ USB
ควรสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดไว้ และอ่านข้อควรระวังให้ครบทุกข้อก่อนทำการกู้คืนระบบ
หาก Windows 8 เปิดทำงานได้ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเริ่มการกู้ข้อมูลระบบจากหน้าจอ Start (เริ่ม) ของ Windows 8
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  4. จากหน้าจอ Start พิมพ์ recovery manager เพื่อเปิดชาร์ม Search (ค้นหา) จากนั้นเลือก HP Recovery Manager จากผลการค้นหา
    หากคุณได้รับแจ้งให้ใส่รหัสผ่านผู้ดูแลระบบหรือยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือยืนยัน หากหน้าต่าง User Account Control (การควบคุมบัญชีผู้ใช้) ถามว่าต้องการให้โปรแกรมทำการเปลี่ยนแปลงในคอมพิวเตอร์หรือไม่ คลิก Yes (ใช่)
  5. จาก Help (วิธีใช้) คลิก HP Recovery Environment
    รูปภาพ 1: หน้าจอหลักของ Recovery Manager
    ภาพ: หน้าจอหลักของ Recovery Manager
  6. Recovery Manager จะถามคุณว่าต้องการรีบู๊ตและเข้าสู่สถานะการกู้คืนระบบหรือไม่ คลิก OK (ตกลง)
    คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากพาร์ติชั่นกู้ข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ทำงานได้ปกติ หน้าจอ Recovery Manager จะปรากฏขึ้น
    รูปภาพ 2: ยืนยันการกู้คืนระบบ
    ภาพ: ยืนยันการกู้คืนระบบ
  7. จาก Help (วิธีใช้) คลิก Minimized Image Recovery (กู้คืนระบบจากข้อมูลจำลองเบื้องต้น)
    รูปภาพ 3: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager
    ภาพ: หน้าจอหลักของ Recovery Manager
  8. เมื่อ Recovery Manager แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากมีไฟล์ส่วนตัวสำรองไว้อยู่แล้ว หรือไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้ข้อมูลโดยไม่สำรองไฟล์ของคุณ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ทำตามขั้นตอนต่อไป
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 4: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
        ภาพ: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสำรอง:
        • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล เลือก Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดและไฟล์วิดีโอทั้งหมด
        • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล เลือก User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 5: Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ)
        ภาพ: Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ)
      3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
      4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลสำรอง จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 9: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง ใส่สื่อบันทึกข้อมูลในคอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) อีกครั้งเพื่อยืนยันการสำรองข้อมูล
        Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 10: สถานะการสำรองข้อมูล
        ภาพ: สถานะการสำรองข้อมูล
        รูปภาพ 11: การจัดทำข้อมูลสำรอง
        ภาพ: การจัดทำข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 12: การคัดลอกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: การคัดลอกข้อมูลสำรอง
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        รูปภาพ 13: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  9. หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager จะปรากฏขึ้น อ่านข้อมูลบนหน้าจอ จากนั้นดึงอุปกรณ์หรือสายที่เชื่อมต่อออก เช่น สื่อบันทึกไฟล์มีเดียส่วนตัว ไดร์ฟ USB เครื่องพิมพ์และเครื่องแฟกซ์
  10. ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใด ๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  11. เลือก Recover without backing up your files (กู้ข้อมูลโดยไม่สำรองไฟล์ของคุณ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) เพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ 14: Recover without backing up your files (กู้ข้อมูลโดยไม่สำรองไฟล์ของคุณ)
    ภาพ: Recover without backing up your files (กู้ข้อมูลโดยไม่สำรองไฟล์ของคุณ)
    HP Recovery Manager จะเตรียมคอมพิวเตอร์สำหรับการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:กระบวนการนี้อาจใช้เวลา 30 ถึง 45 นาที อย่าแทรกการทำงานของ HP Recovery Manager ระหว่างการกู้คืนระบบ
    รูปภาพ 15: การเตรียมการกู้คืนระบบ
    ภาพ: การเตรียมการกู้คืนระบบ
  12. หลังจากเตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น ให้คลิกที่ Continue (ดำเนินการต่อ) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งของส่วนกู้คืนระบบ
    คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างกู้คืนระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่าปิด หรือตัดการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ขณะที่ HP Recovery ทำงาน
    รูปภาพ 16: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพแจ้งการเตรียมการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  13. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
  14. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 17: กู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพ: กู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  15. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  16. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  17. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
หาก Windows 8 เปิดทำงานไม่ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้พื่อกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์:
หมายเหตุ:หากพาร์ติชั่นกู้คืนข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ทำงานผิดพลาด วิธีการนี้จะไม่สามารถใช้ได้และจะมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาดเกิดขึ้น หากข้อความระบุข้อผิดพลาดแจ้งว่าไม่สามารถเรียกใช้ System Recovery จากหน้าจอเริ่มการทำงาน จะต้องเตรียมชุดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบหรือแฟลชไดร์ฟ USB กู้คืนระบบเพื่อทำการกู้คืนระบบ ทำตามคำแนะนำที่ระบุในหัวข้อต่อไปนี้ตามสื่อบันทึกข้อมูลกู้คืนระบบที่ใช้งาน: การกู้ข้อมูลจากดิสก์กู้ข้อมูล (Windows 8) หรือ การกู้ข้อมูลจากแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8)
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นกดปุ่ม F11ซ้ำ ๆ ประมาณหนึ่งครั้งทุกวินาทีจนหน้าจอ Choose your keyboard layout (เลือกเค้าโครงแป้นพิมพ์ของคุณ) ปรากฏขึ้น จากนั้นทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ:
    1. คลิกเพื่อเลือกรูปแบบแป้นพิมพ์
    2. คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากพาร์ติชั่นกู้คืนของฮาร์ดไดร์ฟทำงานได้ตามปกติ หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) จะปรากฏขึ้น คลิก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
      รูปภาพ 18: เลือกหน้าจอตัวเลือก
      ภาพหน้าจอ Choose and option (เลือกตัวเลือก) ที่เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ไว้
    3. จากหน้าจอ Troubleshoot คลิกเลือก Recovery Manager
      รูปภาพ 19: หน้าจอแก้ไขปัญหา
      ภาพหน้าจอ Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ที่เลือก Recovery Manager ไว้
    4. จากหน้าจอเลือกระบบปฏิบัติการ ให้เลือกระบบปฏิบัติการของคุณ
      ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น
      รูปภาพ 20: หน้าจอเลือก OS
      ภาพ: หน้าจอเลือก OS ที่เลือก Windows 8 ไว้
  4. จาก Help (วิธีใช้) คลิก Minimized Image Recovery (กู้คืนระบบจากข้อมูลจำลองเบื้องต้น)
    รูปภาพ 21: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager
    ภาพ: หน้าจอหลักของ Recovery Manager
  5. เมื่อ Recovery Manager แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
      รูปภาพ 22: ตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      ภาพ: เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ)
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสำรอง:
        • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล เลือก Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดและไฟล์วิดีโอทั้งหมด
        • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล เลือก User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 23: Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ)
        ภาพ: Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ)
      3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
      4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 27: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      6. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 28: สถานะการสำรองข้อมูล
        ภาพ: สถานะการสำรองข้อมูล
        รูปภาพ 29: การจัดทำข้อมูลสำรอง
        ภาพ: การจัดทำข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 30: การคัดลอกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: การคัดลอกข้อมูลสำรอง
      7. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        รูปภาพ 31: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
    • หากคุณทำการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว หรือหากคุณไม่ต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เลือก กู้คืนโดยไม่ต้องสำรองไฟล์ข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป ทำตามขั้นตอนต่อไป
  6. หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager จะปรากฏขึ้น อ่านข้อมูลบนหน้าจอ จากนั้นดึงอุปกรณ์หรือสายที่เชื่อมต่อออก เช่น สื่อบันทึกไฟล์มีเดียส่วนตัว ไดร์ฟ USB เครื่องพิมพ์และเครื่องแฟกซ์
  7. ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  8. เลือก Recover without backing up your files (กู้ข้อมูลโดยไม่สำรองไฟล์ของคุณ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) เพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ 32: Recover without backing up your files (กู้ข้อมูลโดยไม่สำรองไฟล์ของคุณ)
    ภาพ: Recover without backing up your files (กู้ข้อมูลโดยไม่สำรองไฟล์ของคุณ)
    HP Recovery Manager จะเตรียมคอมพิวเตอร์สำหรับการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:กระบวนการนี้อาจใช้เวลา 30 ถึง 45 นาที อย่าแทรกการทำงานของ HP Recovery Manager ระหว่างการกู้คืนระบบ
    รูปภาพ 33: การเตรียมการกู้คืนระบบ
    ภาพ: การเตรียมการกู้คืนระบบ
  9. หลังจากเตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น ให้คลิกที่ Continue (ดำเนินการต่อ) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งของส่วนกู้คืนระบบ
    คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างกู้คืนระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่าปิด หรือตัดการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ขณะที่ HP Recovery ทำงาน
    รูปภาพ 34: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพแจ้งการเตรียมการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  10. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
  11. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 35: กู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
    ภาพการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  12. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  13. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  14. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใด ๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ชุดแผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืน (ซีดีหรือดีวีดี) สามารถกำหนดดิสก์เป็นดิสก์จากส่วนบริการของ HP หรือดิสก์ที่คุณจัดทำขึ้นเอง
หมายเหตุ:HP ไม่ได้จัดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบไว้ให้ในกล่องพร้อมกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เนื่องจากซอฟต์แวร์กู้ระบบติดตั้งมาในฮาร์ดไดร์ฟ สามารถขอดิสก์กู้คืนระบบได้จากฝ่ายบริการของ HP หรือใช้ Recovery Manager เพื่อจัดทำชุดดิสก์กู้คืนระบบด้วยตัวเอง HP ขอแนะนำให้จัดทำดิสก์กู้คืนระบบเมื่อได้คอมพิวเตอร์และจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย Support Sent Recovery Discs (ดิสก์กู้ระบบจากฝ่ายบริการ) อาจต้องใช้เวลา 4 ถึง 6 ชั่วโมงในการกู้ระบบ แต่ดิสก์กู้คืนระบบที่คุณจัดทำมักใช้เวลาในการกู้คืนน้อยกว่านี้ ดูรายละเอียดการจัดทำชุดดิสก์กู้ข้อมูลได้จากหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้ข้อมูลหรือการบันทึกข้อมูลจำลองเพื่อกู้คืนระบบไปแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8)
  1. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  2. ใส่แผ่น CD กู้ข้อมูลแผ่นแรก จากนั้นปิดคอมพิวเตอร์
  3. หลังจากปิดคอมพิวเตอร์แล้ว ให้กดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้เพื่อเปิดคอมพิวเตอร์
  4. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
    รูปภาพ 36: เมนู Startup
    ภาพเมนู Startup
  5. กด F9 เพื่อเปิดเมนู Boot Device Options
  6. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นหรือลงเพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 37: เมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    ภาพเมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    หมายเหตุ: อาจมีไดร์ฟ CD/DVD ให้เลือกมากกว่าหนึ่งไดร์ฟจากรายการอุปกรณ์ที่บู๊ตได้ ในกรณีนี้ให้เลือกไดร์ฟ CD/DVD จากรายการเพื่อดูว่า HP Recovery จะเริ่มทำงานหรือไม่ หากการกู้้ข้อมูลไม่เริ่มต้นหรือมีการแจ้งว่าดิสก์ไม่ใช้ดิสก์ระบบปฏิบัติการ ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิดปิด แล้วทวนซ้ำขั้นตอนนี้เพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD อื่น หลังจากการกู้ระบบเริ่มทำงาน ให้ใช้ขั้นตอนที่แจ้งต่อไปเพื่อสิ้นสุดการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกดิสก์ไดร์ฟได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Windows 8) จากเอกสารชุดนี้
  7. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากแผ่นดิสก์ที่ใส่ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    HP Recovery Manager จะเปิดขึ้นมา
    รูปภาพ 38: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพ Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) ที่เลือกไว้
  8. จาก Help (วิธีใช้) คลิก Minimized Image Recovery (กู้ข้อมูลจากข้อมูลจำลองเบื้องต้น)
    รูปภาพ 39: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager
    ภาพหน้าจอหลัก Recovery Manager ที่เลือก Minimized Image Recovery (กู้ข้อมูลจากข้อมูลจำลองเบื้องต้น)
  9. เมื่อ Recovery Manager แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากคุณทำการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว หรือหากคุณไม่ต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เลือก กู้คืนโดยไม่ต้องสำรองไฟล์ข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 40: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      ภาพ: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสำรอง:
        • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล เลือก Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดและไฟล์วิดีโอทั้งหมด
        • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล เลือก User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 41: Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ)
        ภาพ: Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ)
      3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
      4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 45: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 46: ชุดข้อมูลสำรองพร้อม
        ภาพ: ชุดข้อมูลสำรองพร้อม
        รูปภาพ 47: การจัดทำข้อมูลสำรอง
        ภาพ: การจัดทำข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 48: คัดลอกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: คัดลอกข้อมูลสำรอง
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        รูปภาพ 49: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  10. HP Recovery Manager จะเตรียมคอมพิวเตอร์สำหรับการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:กระบวนการนี้อาจใช้เวลา 30 ถึง 45 นาที อย่าแทรกการทำงานของ HP Recovery Manager ระหว่างการกู้คืนระบบ
    รูปภาพ 50: การเตรียมการกู้คืนระบบ
    ภาพ: การเตรียมการกู้คืนระบบ
  11. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม ใส่แผ่นดิสก์กู้คืนระบบแต่ละแผ่นใน CD/DVD เมื่อได้รับแจ้ง
    รูปภาพ 51: ใส่แผ่นดิสก์กู้คืนระบบถัดไป
    ภาพ: ใส่แผ่นดิสก์กู้คืนระบบถัดไป
  12. หลังจากเตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น ให้คลิกที่ Continue (ดำเนินการต่อ) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งของส่วนกู้คืนระบบ
    คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างกู้คืนระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่าปิด หรือตัดการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ขณะที่ HP Recovery ทำงาน
    รูปภาพ 52: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพแจ้งการเตรียมการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  13. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  14. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  15. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ USB แฟลชไดรฟ์
หมายเหตุ:กระบวนการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์ผ่านแฟลชไดร์ฟ USB จะคล้ายกับขั้นตอนการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์จากดิสก์กู้ข้อมูล สามารถใช้คำแนะนำจาก การกู้ข้อมูลจากดิสก์กู้ข้อมูล (Windows 8) เพื่อดูขั้นตอนในการกู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านแฟลชไดร์ฟ USB
หมายเหตุ:ดูข้อมูลเพิ่มเติมในการบันทึกข้อมูลจำลองสำหรับกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากเอกสารการให้บริการของ HP ในหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้ข้อมูลหรือบันทึกข้อมูลจำลองกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8) สำหรับโน้ตบุ๊กที่ผลิตในปี 2013 หรือก่อนหน้านี้ (พื้นหลังสีดำ) หรือไปที่หัวข้อ จัดทำชุดข้อมูลจำลองการกู้คืนระบบในแฟลชไดร์ฟ USB สำหรับโน้ตบุ๊กปี 2014 หรือหลังจากนี้ (พื้นหลังสีขาว)
  1. ปิดคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้
  2. ปลดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าปลดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ แฟลชไดร์ฟกู้ข้อมูล USB หรือสายไฟออก
  3. เสียบแฟลชไดร์ฟ USB เข้ากับพอร์ต USB จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์
  4. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
    รูปภาพ 53: เมนู Startup
    ภาพเมนู Start (เริ่ม)
  5. กด F9 เพื่อเปิดเมนู Boot Device Options
  6. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นหรือลงเพื่อเลือกแฟลชไดร์ฟ USB จากนั้นกด Enter
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Windows 8) จากเอกสารชุดนี้
  7. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากไดร์ฟ USB ที่เสียบต่ออยู่ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 54: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพ Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) ที่เลือกไว้
  8. ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อสำรองและกู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของคุณ
  9. หลังกู้คืนระบบและติดตั้งข้อมูลเสร็จสิ้น ให้ปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นต่ออุปกรณ์และสายต่อทั้งหมดใหม่แล้วเปิดคอมพิวเตอร์
  10. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  11. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
หากยังไม่ได้ดำเนินการ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อจัดทำข้อมูลสำรองไฟล์ของคุณในแฟลชไดร์ฟ USB
หมายเหตุ:ขนาดสูงสุดของแฟลช USB คือ 32GB หากคุณใช้แฟลชไดร์ฟ USB ที่ใหญ่กว่า 32GB พื้นที่ที่เหลือจะไม่ถูกใช้งานหลังจัดทำสื่อข้อมูลจำลองกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
  2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสำรอง:
    • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล เลือก Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดและไฟล์วิดีโอทั้งหมด
    • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล เลือก User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 55: Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ)
    ภาพ: Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ)
  3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
  4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
    รูปภาพ 59: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
    ภาพการเลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
  5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่เสียบแฟลชไดร์ฟ USB เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
  6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อกู้ข้อมูลต่อไป
    รูปภาพ 60: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
    ภาพการสำรองข้อมูลเสร็จสิ้น

การปิดใช้งาน Secure Boot ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Windows 8)

ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องปิดระบบบู๊ตแบบปลอดภัยใน BIOS เพื่อเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้แผ่นดิสก์กู้ข้อมูล ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อปิด Secure Boot ใน BIOS
  1. ใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อเปิด Computer Setup Utility
    • เปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม F10 ซ้ำ ๆ ทันที ประมาณวินาทีละหนึ่งครั้ง จนกว่า Computer Setup Utlity เปิดขึ้นมา
    • เปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม Escape ซ้ำ ๆ ทันที ประมาณวินาทีละหนึ่งครั้ง จนกระทั่งเมนู Startup เปิดขึ้นมา จากนั้นกด F10
    เรียกค้นเมนูโดยเลือกหน้าจอเมนูโดยการกดลูกศรซ้ายหรือขวา ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นหรือลงเพื่อเลื่อนรายการบนหน้จอเมนู กดปุ่ม Enter เพื่อเลือกรายการและเปิดเมนูย่อย จากนั้นใช้ปุ่มลูกศรซ้ายและขวาเพื่อปรับแต่งค่า กดปุ่ม F10 เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและออกจากเมนูย่อย หรือกดปุ่ม Esc เพื่อออกจากเมนูย่อยโดยไม่บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  2. ใช้ปุ่มลูกศรขวาเพื่อเลือกเมนู System Configuration (ส่วนกำหนดค่าทางระบบ)) ใช้ลูกศรลงเพื่อเลือก Boot Options (ตัวเลือกการบู๊ต) จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 61: เมนู System Configuration (ส่วนกำหนดค่าทางระบบ)
    ภาพเมนู System Configuration (ส่วนกำหนดค่าทางระบบ)
    รูปภาพ 62: เมนู Boot Options (ตัวเลือกการบู๊ต)
    ภาพเมนู Boot Options (ตัวเลือกการบู๊ต)
  3. ใช้ปุ่มลูกศรลงเพื่อเลือก Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นกดปุ่ม Enter แล้วใช้ปุ่มลูกศรลงเพื่อแก้ไขค่าเป็น Disable (ปิดใช้งาน)
  4. กด F10 เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลงและออกจากรายการ หรือใช้ลูกศรซ้ายเพื่อเลือก Exit (ออก) จากนั้นใช้ลูกศรลงเพื่อเลือก Exit Saving Changes (ออกและบันทึกการเปลี่ยนแปลง) จากนั้นกด Enter เพื่อเลือก Yes (ใช่)
  5. Computer Setup Utility จะปิด จากนั้นคอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงาน หลังจากคอมพิวเตอร์รีสตาร์ท หน้าจอเปลี่ยนโหมดบู๊ตระบบปฏิบัติการจะปรากฏขึ้นเพื่อแจ้งให้คุณยืนยันการเปลี่ยนแปลง Boot Options (ตัวเลือกในการบู๊ต) พิมพ์รหัสที่แจ้งในหน้าจอ จากนั้นกด Enter เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง
  6. ใช้ปุ่มลูกศรซ้ายเพื่อเลือกเมนู File (ไฟล์) จากนั้นใช้ปุ่มลูกศรลงเพื่อเลือก Save Changes and Exit (บันทึกการเปลี่ยนแปลงและออกจากรายการ) จากนั้นกด Enter เพื่อเลือก Yes (ใช่)
  7. Computer Setup Utility จะปิด จากนั้นคอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงาน หลังจากคอมพิวเตอร์รีสตาร์ทแล้ว ให้ใช้ปุ่มเปิดปิดเพื่อปิดคอมพิวเตอร์
หากคุณต้องการให้คอมพิวเตอร์ของคุณกลับไปเป็นสถานะก่อนหน้า ให้ใช้ system recovery เพื่อดำเนินการต่าง ๆ เช่น
  • ฟอร์แมตไดร์ฟระบบใหม่
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการดั้งเดิมใหม่
  • ติดตั้งไดร์เวอร์และซอฟต์แวร์ดั้งเดิมใหม่
เรียนรู้วิธีการกู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจาก HP ระบบ Windows 8 โดยใช้วิธีการต่อไปนี้
  • การกู้คืนในกรณีที่ Windows 8 เปิดทำงานตามปกติ
  • การกู้คืนระบบกรณีที่ Windows 8 ทำงานไม่ปกติ
  • การกู้คืนผ่านสื่อบันทึกข้อมูลกู้ระบบ เช่น แผ่นดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟ USB
ควรสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดไว้ และอ่านข้อควรระวังให้ครบทุกข้อก่อนทำการกู้คืนระบบ

ดูวิดีโอเกี่ยวกับการดำเนินการกู้คืนระบบของ HP สำหรับโน้ตบุ๊ก HP ระบบ Windows 8

(ภาษาอังกฤษ)
หาก Windows 8 เปิดทำงานได้ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเริ่มการกู้ข้อมูลระบบจากหน้าจอ Start (เริ่ม) ของ Windows 8
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  4. จากหน้าจอ Start พิมพ์ recovery manager เพื่อเปิดชาร์ม Search (ค้นหา) จากนั้นเลือก HP Recovery Manager จากผลการค้นหา
    หากคุณได้รับแจ้งให้ใส่รหัสผ่านผู้ดูแลระบบหรือยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือยืนยัน หากหน้าต่าง User Account Control (การควบคุมบัญชีผู้ใช้) ถามว่าต้องการให้โปรแกรมทำการเปลี่ยนแปลงในคอมพิวเตอร์หรือไม่ คลิก Yes (ใช่)
  5. จาก I need immediate help (ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน) คลิก Windows Recovery Environment
    รูปภาพ 63: Windows Recovery Environment
    ภาพหน้าจอหลักของ Recovery Manager ที่เลือก Windows Recovery Environment ไว้
  6. Recovery Manager จะถามคุณว่าต้องการรีบู๊ตและเข้าสู่สถานะการกู้คืนระบบหรือไม่ คลิก OK (ตกลง)
    รูปภาพ 64: ยืนยันการกู้คืนระบบ
    ภาพการยืนยันตัวเลือกเพื่อเข้าสู่ Recovery environment
  7. คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากพาร์ติชั่นกู้คืนของฮาร์ดไดร์ฟทำงานได้ตามปกติ หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) จะปรากฏขึ้น คลิก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
    รูปภาพ 65: Choose an option menu (เลือกเมนูตัวเลือก)
    ภาพ Choose an option menu (เลือกเมนูตัวเลือก) ที่เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ไว้
  8. จากหน้าจอ Troubleshoot คลิกเลือก Recovery Manager
    รูปภาพ 66: หน้าจอแก้ไขปัญหา
    ภาพหน้าจอ Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ที่เลือก Recovery Manager ไว้
  9. จากหน้าจอเลือกระบบปฏิบัติการ ให้เลือกระบบปฏิบัติการของคุณ
    ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น
  10. จาก I need immediate help (ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน) คลิก Minimized Image Recovery (กู้คืนระบบแบบจำลองข้อมูลเบื้องต้น
    รูปภาพ 67: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager
    ภาพหน้าจอหลัก Recovery Manager ที่เลือก Minimized Image Recovery (กู้ข้อมูลจากข้อมูลจำลองเบื้องต้น)
  11. เมื่อ Recovery Manager แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากมีไฟล์ส่วนตัวสำรองไว้อยู่แล้ว หรือไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้ข้อมูลโดยไม่สำรองไฟล์ของคุณ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 68: ตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      ภาพตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสำรอง:
        • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล เลือก Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดและไฟล์วิดีโอทั้งหมด
        • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล เลือก User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 69: เลือกวิธีการสำรองข้อมูล
        ภาพการเลือกวิธีการสำรองข้อมูล
      3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
      4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 73: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพการเลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 74: สถานะการสำรองข้อมูล
        ภาพสถานะการสำรองข้อมูล
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        รูปภาพ 75: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพการสำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  12. หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager จะปรากฏขึ้น อ่านข้อมูลบนหน้าจอ จากนั้นดึงอุปกรณ์หรือสายที่เชื่อมต่อออก เช่น สื่อบันทึกไฟล์มีเดียส่วนตัว ไดร์ฟ USB เครื่องพิมพ์และเครื่องแฟกซ์
  13. ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  14. คลิก Next (ถัดไป) (เพื่อดำเนินการต่อ)
    รูปภาพ 76: หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager
    ภาพหน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager
    HP Recovery Manager จะเตรียมคอมพิวเตอร์สำหรับการกู้ข้อมูล
    หมายเหตุ:กระบวนการนี้อาจใช้เวลา 30 ถึง 45 นาที อย่าแทรกการทำงานของ HP Recovery Manager ระหว่างการกู้ข้อมูล
    รูปภาพ 77: การเตรียมการกู้ข้อมูล
    ภาพการเตรียมการกู้ข้อมูล
  15. หลังจากเตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น ให้คลิกที่ Continue (ดำเนินการต่อ) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งของส่วนกู้คืนระบบ คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างกู้คืนระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่าปิด หรือตัดการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ขณะที่ HP Recovery ทำงาน
    รูปภาพ 78: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพแจ้งการเตรียมการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  16. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
  17. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 79: กู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  18. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  19. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  20. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
หาก Windows 8 เปิดทำงานไม่ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้พื่อกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์:
หมายเหตุ:หากพาร์ติชั่นกู้คืนข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ทำงานผิดพลาด วิธีการนี้จะไม่สามารถใช้ได้และจะมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาดเกิดขึ้น หากข้อความระบุข้อผิดพลาดแจ้งว่าไม่สามารถเรียกใช้ System Recovery จากหน้าจอเริ่มการทำงาน จะต้องเตรียมชุดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบหรือแฟลชไดร์ฟ USB กู้คืนระบบเพื่อทำการกู้คืนระบบ ทำตามคำแนะนำที่ระบุในหัวข้อต่อไปนี้ตามสื่อบันทึกข้อมูลกู้คืนระบบที่ใช้งาน: การกู้ข้อมูลจากดิสก์กู้ข้อมูล (Windows 8) หรือ การกู้ข้อมูลจากแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8)
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นกดปุ่ม F11ซ้ำ ๆ ประมาณหนึ่งครั้งทุกวินาทีจนหน้าจอ Choose your keyboard layout (เลือกเค้าโครงแป้นพิมพ์ของคุณ) ปรากฏขึ้น จากนั้นทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ:
    1. คลิกเพื่อเลือกรูปแบบแป้นพิมพ์
    2. คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากพาร์ติชั่นกู้คืนของฮาร์ดไดร์ฟทำงานได้ตามปกติ หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) จะปรากฏขึ้น คลิก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
      รูปภาพ 80: เลือกหน้าจอตัวเลือก
      ภาพหน้าจอ Choose and option (เลือกตัวเลือก) ที่เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ไว้
    3. จากหน้าจอ Troubleshoot คลิกเลือก Recovery Manager
      รูปภาพ 81: หน้าจอแก้ไขปัญหา
      ภาพหน้าจอ Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ที่เลือก Recovery Manager ไว้
    4. จากหน้าจอเลือกระบบปฏิบัติการ ให้เลือกระบบปฏิบัติการของคุณ
      ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น
      รูปภาพ 82: หน้าจอเลือก OS
      ภาพหน้าจอเลือก OS ที่เลือก Windows 8 ไว้
  4. จาก I need immediate help (ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน) คลิก Minimized Image Recovery (กู้คืนระบบแบบจำลองข้อมูลเบื้องต้น
    รูปภาพ 83: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager
    ภาพหน้าจอหลัก Recovery Manager ที่เลือก Minimized Image Recovery (กู้ข้อมูลจากข้อมูลจำลองเบื้องต้น)
  5. เมื่อ Recovery Manager แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากคุณทำการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว หรือหากคุณไม่ต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เลือก กู้คืนโดยไม่ต้องสำรองไฟล์ข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 84: ตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      ภาพที่เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ)
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสำรอง:
        • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล เลือก Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดและไฟล์วิดีโอทั้งหมด
        • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล เลือก User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 85: เลือกวิธีการสำรองข้อมูล
        ภาพการเลือกวิธีการสำรองข้อมูล
      3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
      4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 89: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพการเลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      6. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 90: สถานะการสำรองข้อมูล
        ภาพสถานะการสำรองข้อมูล
      7. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        รูปภาพ 91: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพการสำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  6. หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager จะปรากฏขึ้น อ่านข้อมูลบนหน้าจอ จากนั้นดึงอุปกรณ์หรือสายที่เชื่อมต่อออก เช่น สื่อบันทึกไฟล์มีเดียส่วนตัว ไดร์ฟ USB เครื่องพิมพ์และเครื่องแฟกซ์
  7. ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  8. คลิก Next (ถัดไป) (เพื่อดำเนินการต่อ)
    รูปภาพ 92: หน้าจอต้อนรับ HP Recovery Manager
    ภาพหน้าจอต้อนรับ Recovery Manager
    HP Recovery Manager จะเตรียมคอมพิวเตอร์สำหรับการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:กระบวนการนี้อาจใช้เวลา 30 ถึง 45 นาที อย่าแทรกการทำงานของ HP Recovery Manager ระหว่างการกู้คืนระบบ
    รูปภาพ 93: การเตรียมการกู้คืนระบบ
    ภาพการเตรียมการกู้ข้อมูล
  9. หลังจากเตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น ให้คลิกที่ Continue (ดำเนินการต่อ) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งของส่วนกู้คืนระบบ คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างกู้คืนระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่าปิด หรือตัดการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ขณะที่ HP Recovery ทำงาน
    รูปภาพ 94: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพแจ้งการเตรียมการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  10. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
  11. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 95: กู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  12. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  13. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  14. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ USB แฟลชไดรฟ์
หมายเหตุ:กระบวนการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์ผ่านแฟลชไดร์ฟ USB จะคล้ายกับขั้นตอนการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์จากดิสก์กู้ข้อมูล สามารถใช้คำแนะนำจาก การกู้ข้อมูลจากดิสก์กู้ข้อมูล (Windows 8) เพื่อดูขั้นตอนในการกู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านแฟลชไดร์ฟ USB
หมายเหตุ:ดูรายละเอียดการบันทึกข้อมูลจำลองสำหรับกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้ข้อมูลหรือการบันทึกข้อมูลจำลองเพื่อกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8)
  1. เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเสียบ USB แฟลชไดรฟ์เข้าไปในพอร์ต USB
  2. ปิดคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้
  3. ปลดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าปลดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ แฟลชไดร์ฟกู้ข้อมูล USB หรือสายไฟออก
  4. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
    รูปภาพ 96: เมนู Startup
    ภาพเมนู Start (เริ่ม)
  5. กด F9 เพื่อเปิดเมนู Boot Device Options
  6. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นหรือลงเพื่อเลือกแฟลชไดร์ฟ USB จากนั้นกด Enter
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Windows 8) จากเอกสารชุดนี้
  7. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากไดร์ฟ USB ที่เสียบต่ออยู่ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 97: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพ Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) ที่เลือกไว้
  8. ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อสำรองและกู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของคุณ
  9. หลังกู้คืนระบบและติดตั้งข้อมูลเสร็จสิ้น ให้ปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นต่ออุปกรณ์และสายต่อทั้งหมดใหม่แล้วเปิดคอมพิวเตอร์
  10. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  11. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ชุดแผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืน (ซีดีหรือดีวีดี) สามารถกำหนดดิสก์เป็นดิสก์จากส่วนบริการของ HP หรือดิสก์ที่คุณจัดทำขึ้นเอง
หมายเหตุ:HP ไม่ได้จัดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบไว้ให้ในกล่องพร้อมกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เนื่องจากซอฟต์แวร์กู้ระบบติดตั้งมาในฮาร์ดไดร์ฟ สามารถขอดิสก์กู้คืนระบบได้จากฝ่ายบริการของ HP หรือใช้ Recovery Manager เพื่อจัดทำชุดดิสก์กู้คืนระบบด้วยตัวเอง HP ขอแนะนำให้จัดทำดิสก์กู้คืนระบบเมื่อได้คอมพิวเตอร์และจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย Support Sent Recovery Discs (ดิสก์กู้ระบบจากฝ่ายบริการ) อาจต้องใช้เวลา 4 ถึง 6 ชั่วโมงในการกู้ระบบ แต่ดิสก์กู้คืนระบบที่คุณจัดทำมักใช้เวลาในการกู้คืนน้อยกว่านี้ ดูรายละเอียดการจัดทำชุดดิสก์กู้ข้อมูลได้จากหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้ข้อมูลหรือการบันทึกข้อมูลจำลองเพื่อกู้คืนระบบไปแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8)
  1. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  2. หลังจากปิดคอมพิวเตอร์แล้ว ให้กดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้เพื่อเปิดคอมพิวเตอร์
  3. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
    รูปภาพ 98: เมนู Startup
    ภาพเมนู Startup
  4. กด F9 เพื่อเปิดเมนู Boot Device Options
  5. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นหรือลงเพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 99: เมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    ภาพเมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    หมายเหตุ: อาจมีไดร์ฟ CD/DVD ให้เลือกมากกว่าหนึ่งไดร์ฟจากรายการอุปกรณ์ที่บู๊ตได้ ในกรณีนี้ให้เลือกไดร์ฟ CD/DVD จากรายการเพื่อดูว่า HP Recovery จะเริ่มทำงานหรือไม่ หากการกู้้ข้อมูลไม่เริ่มต้นหรือมีการแจ้งว่าดิสก์ไม่ใช้ดิสก์ระบบปฏิบัติการ ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิดปิด แล้วทวนซ้ำขั้นตอนนี้เพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD อื่น หลังจากการกู้ระบบเริ่มทำงาน ให้ใช้ขั้นตอนที่แจ้งต่อไปเพื่อสิ้นสุดการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกดิสก์ไดร์ฟได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Windows 8) จากเอกสารชุดนี้
  6. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากแผ่นดิสก์ที่ใส่ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    HP Recovery Manager จะเปิดขึ้นมา
    รูปภาพ 100: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพ Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) ที่เลือกไว้
  7. จาก I need immediate help (ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน) คลิก Minimized Image Recovery (กู้คืนระบบแบบจำลองข้อมูลเบื้องต้น
    รูปภาพ 101: หน้าจอหลักของ HP Recovery Manager
    ภาพหน้าจอหลัก Recovery Manager ที่เลือก Minimized Image Recovery (กู้ข้อมูลจากข้อมูลจำลองเบื้องต้น)
  8. เมื่อ Recovery Manager แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากคุณทำการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว หรือหากคุณไม่ต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เลือก กู้คืนโดยไม่ต้องสำรองไฟล์ข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 102: ตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      ภาพตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสำรอง:
        • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล เลือก Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดและไฟล์วิดีโอทั้งหมด
        • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล เลือก User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 103: เลือกวิธีการสำรองข้อมูล
        ภาพการเลือกวิธีการสำรองข้อมูล
      3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
      4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 107: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพการเลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      6. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 108: สถานะการสำรองข้อมูล
        ภาพสถานะการสำรองข้อมูล
      7. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        รูปภาพ 109: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพการสำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  9. HP Recovery Manager จะเตรียมคอมพิวเตอร์สำหรับการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:กระบวนการนี้อาจใช้เวลา 30 ถึง 45 นาที อย่าแทรกการทำงานของ HP Recovery Manager ระหว่างการกู้คืนระบบ
    รูปภาพ 110: การเตรียมการกู้คืนระบบ
    ภาพการเตรียมการกู้ข้อมูล
  10. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม ใส่แผ่นดิสก์กู้ข้อมูลแต่ละแผ่นใน CD/DVD เมื่อได้รับแจ้ง
    รูปภาพ 111: ใส่แผ่นดิสก์กู้ข้อมูลถัดไป
    ภาพการใส่แผ่นดิสก์กู้ข้อมูลถัดไป
  11. หลังจากเตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น ให้คลิกที่ Continue (ดำเนินการต่อ) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งของส่วนกู้คืนระบบ
    คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทหลายครั้งระหว่างกู้คืนระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่าปิด หรือตัดการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ขณะที่ HP Recovery ทำงาน
    รูปภาพ 112: เตรียมการกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพแจ้งการเตรียมการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  12. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  13. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  14. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่

การปิดใช้งาน Secure Boot ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Windows 8)

ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องปิดระบบบู๊ตแบบปลอดภัยใน BIOS เพื่อเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้แผ่นดิสก์กู้ข้อมูล ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อปิด Secure Boot ใน BIOS
  1. ใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อเปิด Computer Setup Utility
    • เปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม F10 ซ้ำ ๆ ทันที ประมาณวินาทีละหนึ่งครั้ง จนกว่า Computer Setup Utlity เปิดขึ้นมา
    • เปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม Escape ซ้ำ ๆ ทันที ประมาณวินาทีละหนึ่งครั้ง จนกระทั่งเมนู Startup เปิดขึ้นมา จากนั้นกด F10
    เรียกค้นเมนูโดยเลือกหน้าจอเมนูโดยการกดลูกศรซ้ายหรือขวา ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นหรือลงเพื่อเลื่อนรายการบนหน้จอเมนู กดปุ่ม Enter เพื่อเลือกรายการและเปิดเมนูย่อย จากนั้นใช้ปุ่มลูกศรซ้ายและขวาเพื่อปรับแต่งค่า กดปุ่ม F10 เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและออกจากเมนูย่อย หรือกดปุ่ม Esc เพื่อออกจากเมนูย่อยโดยไม่บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  2. ใช้ปุ่มลูกศรขวาเพื่อเลือกเมนู System Configuration (ส่วนกำหนดค่าทางระบบ)) ใช้ลูกศรลงเพื่อเลือก Boot Options (ตัวเลือกการบู๊ต) จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 113: เมนู System Configuration (ส่วนกำหนดค่าทางระบบ)
    ภาพเมนู System Configuration (ส่วนกำหนดค่าทางระบบ)
    รูปภาพ 114: เมนู Boot Options (ตัวเลือกการบู๊ต)
    ภาพเมนู Boot Options (ตัวเลือกการบู๊ต)
  3. ใช้ปุ่มลูกศรลงเพื่อเลือก Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นกดปุ่ม Enter แล้วใช้ปุ่มลูกศรลงเพื่อแก้ไขค่าเป็น Disable (ปิดใช้งาน)
  4. กด F10 เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลงและออกจากรายการ หรือใช้ลูกศรซ้ายเพื่อเลือก Exit (ออก) จากนั้นใช้ลูกศรลงเพื่อเลือก Exit Saving Changes (ออกและบันทึกการเปลี่ยนแปลง) จากนั้นกด Enter เพื่อเลือก Yes (ใช่)
  5. Computer Setup Utility จะปิด จากนั้นคอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงาน หลังจากคอมพิวเตอร์รีสตาร์ท หน้าจอเปลี่ยนโหมดบู๊ตระบบปฏิบัติการจะปรากฏขึ้นเพื่อแจ้งให้คุณยืนยันการเปลี่ยนแปลง Boot Options (ตัวเลือกในการบู๊ต) พิมพ์รหัสที่แจ้งในหน้าจอ จากนั้นกด Enter เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง
  6. ใช้ปุ่มลูกศรซ้ายเพื่อเลือกเมนู File (ไฟล์) จากนั้นใช้ปุ่มลูกศรลงเพื่อเลือก Save Changes and Exit (บันทึกการเปลี่ยนแปลงและออกจากรายการ) จากนั้นกด Enter เพื่อเลือก Yes (ใช่)
  7. Computer Setup Utility จะปิด จากนั้นคอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงาน หลังจากคอมพิวเตอร์รีสตาร์ทแล้ว ให้ใช้ปุ่มเปิดปิดเพื่อปิดคอมพิวเตอร์
หากคุณต้องการให้คอมพิวเตอร์ของคุณกลับไปเป็นสถานะก่อนหน้า ให้ใช้ system recovery เพื่อดำเนินการต่าง ๆ เช่น
  • ฟอร์แมตไดร์ฟระบบใหม่
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการดั้งเดิมใหม่
  • ติดตั้งไดร์เวอร์และซอฟต์แวร์ดั้งเดิมใหม่
เรียนรู้วิธีการกู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปจาก HP ระบบ Windows 8 โดยใช้วิธีการต่อไปนี้
  • การกู้คืนในกรณีที่ Windows 8 เปิดทำงานตามปกติ
  • การกู้คืนระบบกรณีที่ Windows 8 ทำงานไม่ปกติ
  • การกู้คืนผ่านสื่อบันทึกข้อมูลกู้ระบบ เช่น แผ่นดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟ USB
ควรสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดไว้ และอ่านข้อควรระวังให้ครบทุกข้อก่อนทำการกู้คืนระบบ
หาก Windows 8 เปิดทำงานได้ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเริ่มการกู้ข้อมูลระบบจากหน้าจอ Start (เริ่ม) ของ Windows 8
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  4. เลื่อนเมาส์ไปที่มุมด้านขวาบนของหน้าจอ คลิก Search (ค้นหา) จากนั้นพิมพ์ recovery (กู้ข้อมูล)
  5. จากผลการค้นหาทางด้านซ้ายของหน้าจอ คลิกเลือก Recovery Manager
    หากคุณได้รับแจ้งให้ใส่รหัสผ่านผู้ดูแลระบบหรือยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือยืนยัน หากหน้าต่าง User Account Control (การควบคุมบัญชีผู้ใช้) ถามว่าต้องการให้โปรแกรมทำการเปลี่ยนแปลงในคอมพิวเตอร์หรือไม่ คลิก Yes (ใช่)
  6. จาก Help (วิธีใช้) คลิก HP Recovery Environment
    รูปภาพ 115: หน้าจอหลักของ Recovery Manager
    ภาพ: หน้าจอหลักของ Recovery Manager
  7. Recovery Manager จะถามว่าต้องการกู้คืนคอมพิวเตอร์เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานหรือไม่ คลิก Yes (ใช่) แล้วคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 116: หน้าจอยืนยันของ Recovery Manager
    ภาพหน้าจอยืนยันของ Recovery Manager
  8. คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากพาร์ติชั่นกู้ข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ทำงานได้ปกติ หน้าต่าง Recovery Manager จะปรากฏขึ้น
    หมายเหตุ:หากพาร์ติชั่นกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ทำงานผิดพลาด จะต้องเตรียมชุดดิสก์กู้ข้อมูลเพื่อกู้คืนระบบ ทำตามคำแนะนำในหัวข้อ การกู้ข้อมูลจากดิสก์กู้ข้อมูล (Windows 8)
  9. showhide
    Recovery Manager จะเปิดขึ้นมา หากสำรองไฟล์ส่วนตัวไว้แล้ว หรือไม่ต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนตัว ให้เลือก System Recovery (กู้ข้อมูลระบบ)
      หากต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อจัดทำชุดข้อมูลสำรอง
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 117: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
        ภาพ: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่ต้องการสำรองข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 118: ข้อมูลสำรองไฟล์
        ภาพ: ข้อมูลสำรองไฟล์
      3. Recovery Manager จะสแกนคอมพิวเตอร์หาไฟล์ข้อมูลและจัดทำไฟล์ข้อมูลสำรองขึ้น
        รูปภาพ 119: การสแกน
        ภาพ: การสแกน
      4. เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก Next (ถัดไป)
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 120: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 121: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: หน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      6. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 122: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      7. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อกู้ข้อมูลต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
        รูปภาพ 123: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      8. เข้าสู่หัวข้อถัดไปเพื่อทำการกู้ข้อมูลระบบ
    รูปภาพ 124: System Recovery (กู้คืนระบบ)
    ภาพ: System Recovery (กู้คืนระบบ)
  10. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 125: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพ: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  11. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  12. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  13. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
หาก Windows 8 เปิดทำงานไม่ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้พื่อกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์:
หมายเหตุ:หากพาร์ติชั่นกู้คืนข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ทำงานผิดพลาด วิธีการนี้จะไม่สามารถใช้ได้และจะมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาดเกิดขึ้น หากข้อความระบุข้อผิดพลาดแจ้งว่าไม่สามารถเรียกใช้ System Recovery จากหน้าจอเริ่มการทำงาน จะต้องเตรียมชุดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบหรือแฟลชไดร์ฟ USB กู้คืนระบบเพื่อทำการกู้คืนระบบ ทำตามคำแนะนำที่ระบุในหัวข้อต่อไปนี้ตามสื่อบันทึกข้อมูลกู้คืนระบบที่ใช้งาน: การกู้ข้อมูลจากดิสก์กู้ข้อมูล (Windows 8) หรือ การกู้ข้อมูลจากแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8)
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และกดปุ่ม F11ซ้ำ ๆ วินาทีละครั้งจนกว่าหน้าจอแรกจะปรากฏขึ้น จากนั้นทำตามคำแนะนำต่อไปนี้
    1. คลิกเพื่อเลือกภาษา
    2. คลิกเพื่อเลือกรูปแบบแป้นพิมพ์
    3. คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากพาร์ติชั่นกู้คืนของฮาร์ดไดร์ฟทำงานได้ตามปกติ หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) จะปรากฏขึ้น คลิก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
      รูปภาพ 126: Choose an option menu (เลือกเมนูตัวเลือก)
      ภาพหน้าจอ Choose and option (เลือกตัวเลือก) ที่เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ไว้
    4. จากหน้าจอ Troubleshoot คลิกเลือก Recovery Manager ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น
      รูปภาพ 127: หน้าจอแก้ไขปัญหา
      ภาพหน้าจอ Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ที่เลือก Recovery Manager ไว้
    5. จากหน้าจอเลือกระบบปฏิบัติการ ให้คลิกเลือกระบบปฏิบัติการของคุณ ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น
  4. ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น หากสำรองไฟล์ส่วนตัวไว้แล้ว หรือไม่ต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนตัว ให้เลือก System Recovery (กู้ข้อมูลระบบ)
      หากต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อจัดทำชุดข้อมูลสำรอง
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 128: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
        ภาพ: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่ต้องการสำรองข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 129: ข้อมูลสำรองไฟล์
        ภาพ: ข้อมูลสำรองไฟล์
      3. Recovery Manager จะสแกนคอมพิวเตอร์หาไฟล์ข้อมูลและจัดทำไฟล์ข้อมูลสำรองขึ้น
        รูปภาพ 130: การสแกน
        ภาพ: การสแกน
      4. เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 131: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 132: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: หน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      6. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 133: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      7. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
        รูปภาพ 134: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      8. เข้าสู่ตัวเลือกถัดไปเพื่อทำการกู้ข้อมูลระบบ
    รูปภาพ 135: System Recovery (กู้คืนระบบ)
    ภาพ: System Recovery (กู้คืนระบบ)
  5. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
  6. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 136: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพ: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  7. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  8. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  9. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ชุดแผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืน (ซีดีหรือดีวีดี) สามารถกำหนดดิสก์เป็นดิสก์จากส่วนบริการของ HP หรือดิสก์ที่คุณจัดทำขึ้นเอง
หมายเหตุ:HP ไม่ได้จัดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบไว้ให้ในกล่องพร้อมกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เนื่องจากซอฟต์แวร์กู้ระบบติดตั้งมาในฮาร์ดไดร์ฟ สามารถขอกู้คืนระบบได้จากฝ่ายบริการของ HP หรือใช้ Recovery Manager เพื่อจัดทำชุดดิสก์กู้คืนระบบด้วยตัวเอง HP ขอแนะนำให้จัดทำดิสก์กู้คืนระบบเมื่อได้คอมพิวเตอร์และจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย Support Sent Recovery Discs (ดิสก์กู้ระบบจากฝ่ายบริการ) อาจต้องใช้เวลา 4 ถึง 6 ชั่วโมงในการกู้ระบบ แต่ดิสก์กู้คืนระบบที่คุณจัดทำมักใช้เวลาในการกู้คืนน้อยกว่านี้ ดูรายละเอียดการจัดทำชุดดิสก์กู้ข้อมูลได้จากหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้ข้อมูลหรือการบันทึกข้อมูลจำลองเพื่อกู้คืนระบบไปแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8)
  1. เปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นใส่ดิสก์กู้ข้อมูลแผ่นแรกในไดร์ฟ
  2. กดปุ่มเปิดปิดค้างไว้เพื่อปิดคอมพิวเตอร์
  3. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  4. ใส่แผ่น CD กู้ข้อมูล จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์
  5. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  6. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
  7. กด F9 เพื่อเปิดเมนู Boot Device Options
  8. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 137: เมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    ภาพ: เมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    หมายเหตุ: อาจมีไดร์ฟ CD/DVD ให้เลือกมากกว่าหนึ่งไดร์ฟจากรายการอุปกรณ์ที่บู๊ตได้ ในกรณีนี้ให้เลือกไดร์ฟ CD/DVD จากรายการเพื่อดูว่า HP Recovery จะเริ่มทำงานหรือไม่ หากการกู้คืนระบบไม่เริ่มต้นหรือมีการแจ้งว่าดิสก์ไม่ใช้ดิสก์ระบบปฏิบัติการ ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิดปิด แล้วทวนซ้ำขั้นตอนนี้เพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD อื่น หลังจากการกู้ระบบเริ่มทำงาน ให้ใช้ขั้นตอนที่แจ้งต่อไปเพื่อสิ้นสุดการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกดิสก์ไดร์ฟได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot และเปิดใช้ Legacy Boot ในคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป (Windows 8) จากเอกสารชุดนี้
  9. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากแผ่นดิสก์ที่ใส่ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 138: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพ Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) ที่เลือกไว้
  10. เลือกตัวเลือกตามประเภทดิสก์กู้ข้อมูลที่มี:
      คลิก Factory Reset (รีเซ็ตเป็นค่าจากโรงงาน) จาก I need help immediately (ต้องการความช่วยเหลือทันที) หากหน้าจอถัดไปแจ้งให้ยืนยันตัวเลือกของคุณ เลือก Yes (ใช่) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) หากไม่มีหน้าจอยืนยันปรากฏขึ้น ให้เข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
      รูปภาพ 139: ตัวจัดการการกู้คืนโดยใช้แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ผู้ใช้สร้างขึ้น
      ภาพ Recovery Manager พร้อมดิสก์กู้ข้อมูลที่ผู้ใช้จัดทำขึ้น
    • แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ได้รับมาจากฝ่ายสนับสนุนของ HP:
      เลือกตัวเลือกต่อไปนี้ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ตามรายการเลือกที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
      • รีเซ็ตกลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน - รีเซ็ตคอมพิวเตอร์โดยการลบไดรฟ์ทั้งหมดและคืนค่ากลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
      • รีเซ็ตคอมพิวเตอร์โดยการลบไดรฟ์ทั้งหมดและคืนค่ากลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
  11. เมื่อ System Recovery แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
  12. ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น หากสำรองไฟล์ส่วนตัวไว้แล้ว หรือไม่ต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนตัว ให้เลือก System Recovery (กู้ข้อมูลระบบ)
      หากต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อจัดทำชุดข้อมูลสำรอง
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 140: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
        ภาพ: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่ต้องการสำรองข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 141: ข้อมูลสำรองไฟล์
        ภาพ: ข้อมูลสำรองไฟล์
      3. Recovery Manager จะสแกนคอมพิวเตอร์หาไฟล์ข้อมูลและจัดทำไฟล์ข้อมูลสำรองขึ้น
        รูปภาพ 142: การสแกน
        ภาพ: การสแกน
      4. เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 143: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 144: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: หน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      6. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 145: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      7. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
        รูปภาพ 146: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      8. เข้าสู่ตัวเลือกถัดไปเพื่อทำการกู้ข้อมูลระบบ
    รูปภาพ 147: System Recovery (กู้คืนระบบ)
    ภาพ: System Recovery (กู้คืนระบบ)
  13. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม ใส่แผ่นดิสก์กู้คืนระบบแต่ละแผ่นใน CD/DVD เมื่อได้รับแจ้ง
  14. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้นำแผ่นดิสก์ออก หากถาดใส่ดิสก์ไม่เปิดออกมา ให้กดปุ่มเปิดที่คอมพิวเตอร์เพื่อนำแผ่นดิสก์ออกมา
    รูปภาพ 148: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพ: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  15. คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
  16. คอมพิวเตอร์จะปิดหรือรีสตาร์ท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นของคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้ หากคอมพิวเตอร์ปิดการทำงาน ให้รอ 5 วินาที แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ใหม่
    หมายเหตุ: หากคุณใช้แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ได้รับมาจาก HP อาจใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงในการดำเนินการตามกระบวนการกู้คืนให้เสร็จสมบูรณ์ อย่าขัดจังหวะกระบวนการกู้คืน ขั้นตอนกู้ข้อมูลเสร็จสิ้นเมื่อหน้าจอ Windows Setup ปรากฏขึ้น
  17. ดำเนินการติดตั้ง Windows ให้เสร็จสมบูรณ์เมื่อหน้าจอดังกล่าวปรากฏขึ้น
  18. เมื่อทำการติดตั้ง Windows เสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  19. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  20. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ USB แฟลชไดรฟ์
หมายเหตุ:ดูข้อมูลเพิ่มเติมในการบันทึกข้อมูลจำลองสำหรับกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากเอกสารการให้บริการของ HP ในหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้ข้อมูลหรือบันทึกข้อมูลจำลองกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8) สำหรับเดสก์ทอปที่ผลิตในปี 2013 หรือก่อนหน้านี้ (พื้นหลังสีดำ) หรือไปที่หัวข้อ จัดทำชุดข้อมูลจำลองการกู้คืนระบบในแฟลชไดร์ฟ USB สำหรับเดสก์ทอปปี 2014 หรือหลังจากนี้ (พื้นหลังสีขาว)
  1. เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเสียบ USB แฟลชไดรฟ์เข้าไปในพอร์ต USB
  2. ปิดคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้
  3. ปลดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าปลดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ แฟลชไดร์ฟกู้ข้อมูล USB หรือสายไฟออก
  4. เสียบแฟลชไดร์ฟ USB และเปิดคอมพิวเตอร์
  5. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
  6. กด F9 เพื่อเปิดเมนู Boot Device Options
  7. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือกไดร์ฟกู้ข้อมูล USB จากนั้นกด Enter
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot และเปิดใช้ Legacy Boot ในคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป (Windows 8) จากเอกสารชุดนี้
  8. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากสื่อบันทึกข้อมูลที่เชื่อมต่อ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 149: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพ Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) ที่เลือกไว้
  9. จาก Help (วิธีใช้) คลิก System Recovery (กู้คืนระบบ))
    รูปภาพ 150: System Recovery (กู้คืนระบบ)
    ภาพการเลือก System Recovery (กู้คืนระบบ)
  10. จากหน้าจอถัดไป เลือก Yes (ใช่) เพื่อยืนยันว่าคุณต้องการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์เป็นค่าเดิมจากโรงาน จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) เพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ 151: การรับรองการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์
    ภาพการรับรองการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์
  11. ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น หากสำรองไฟล์ส่วนตัวไว้แล้ว หรือไม่ต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนตัว ให้เลือก System Recovery (กู้ข้อมูลระบบ)
      หากต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อจัดทำชุดข้อมูลสำรอง
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 152: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
        ภาพ: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่ต้องการสำรองข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 153: ข้อมูลสำรองไฟล์
        ภาพ: ข้อมูลสำรองไฟล์
      3. Recovery Manager จะสแกนคอมพิวเตอร์หาไฟล์ข้อมูลและจัดทำไฟล์ข้อมูลสำรองขึ้น
        รูปภาพ 154: การจัดทำข้อมูลสำรอง
        ภาพ: การจัดทำข้อมูลสำรอง
      4. เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 155: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 156: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: หน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      6. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 157: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพ: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      7. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
        รูปภาพ 158: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
        ภาพ: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      8. เข้าสู่ตัวเลือกถัดไปเพื่อทำการกู้ข้อมูลระบบ
    รูปภาพ 159: System Recovery (กู้คืนระบบ)
    ภาพ: System Recovery (กู้คืนระบบ)
  12. อ่านและปฏิบัติตามหน้าจอที่เปิดขึ้นมา สถานะการกู้คืนระบบจะปรากฏขึ้น
  13. ถอด USB แฟลชไดรฟ์ออกจากพอร์ต USB
  14. คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
    รูปภาพ 160: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพ: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
  15. คอมพิวเตอร์จะปิดหรือรีสตาร์ท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นของคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้ หากคอมพิวเตอร์ปิดการทำงาน ให้รอ 5 วินาที แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ใหม่
  16. ดำเนินการติดตั้ง Windows ให้เสร็จสมบูรณ์เมื่อหน้าจอดังกล่าวปรากฏขึ้น
  17. เมื่อทำการติดตั้ง Windows เสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  18. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  19. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
หากยังไม่ได้ดำเนินการในส่วนนี้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลกู้ระบบผ่านแฟลชไดร์ฟ USB
หมายเหตุ:แฟลชไดร์ฟ USB จะต้องสามารถรองรับจำนวนข้อมูลตามที่แจ้งบนหน้าจอ (ไม่เกิน 32GB)
  1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
  2. เลือกวิธีการที่ต้องการใช้เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสำรอง:
    • หากต้องการระบุหมวดหมู่ของไฟล์ที่จะสำรองข้อมูล เลือก Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ) ตัวเลือกนี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรองข้อมูลแทนการเลือกไฟล์ทีละตัวเพื่อสำรองข้อมูล เช่น สามารถเลือกสำรองข้อมูลไฟล์ภาพทั้งหมด ไฟล์เอกสารทั้งหมดและไฟล์วิดีโอทั้งหมด
    • หากต้องการเลือกไฟล์ทีละรายการที่จะสำรองข้อมูล เลือก User Selection (ผู้ใช้เลือก) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 161: Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ)
    ภาพ: Auto Selection (เลือกอัตโนมัติ)
  3. ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามวิธีการที่คุณเลือก:
  4. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
    รูปภาพ 165: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
    ภาพ: เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกข้อมูลสำรอง
  5. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่เสียบแฟลชไดร์ฟ USB เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
  6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อกู้ข้อมูลต่อไป
    รูปภาพ 166: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
    ภาพการสำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องปิดระบบบู๊ตแบบปลอดภัยใน BIOS เพื่อเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้แผ่นดิสก์กู้ข้อมูล ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อปิด Secure Boot ใน BIOS
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. เปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม F10 ซ้ำ ๆ ทันที ประมาณวินาทีละหนึ่งครั้ง จนกว่า Computer Setup Utlity เปิดขึ้นมา
  3. ใช้ปุ่มลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเลือกเมนู Security (ความปลอดภัย) ใช้ลูกศรขึ้นหรือลงเพื่อเลือก Secure Boot Configuration (ตั้งค่าการบู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 167: เมนู Security
    ภาพ: เมนู Security
  4. การแจ้งเตือนสำหรับ Secure Boot Configuration (การตั้งค่าบู๊ตแบบปลอดภัย) จะปรากฏขึ้นมา กด F10 เพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ 168: หน้าจอแจ้งเตือน Secure Boot Configuration (การตั้งค่าบู๊ตแบบปลอดภัย)
    ภาพหน้าจอแจ้งเตือน Secure Boot Configuration (การตั้งค่าบู๊ตแบบปลอดภัย)
  5. ใช้ลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือก Secure Boot จากนั้นใช้ลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเปลี่ยนค่าเป็น Disable (ปิดใช้งาน)
    รูปภาพ 169: Secure Boot Configuration
    ภาพ: Secure Boot Configuration
  6. ใช้ลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือก Legacy Support (รองรับอุปกรณ์เก่า) จากนั้นใช้ลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเปลี่ยนค่าเป็น Enable (เปิดใช้งาน))
  7. กด F10 เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลง
  8. กด F10 (อีกครั้ง) จากนั้นกด Enter สองครั้งเพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
    รูปภาพ 170: Save Changes and Exit (บันทึกการเปลี่ยนแปลงและออก)
    ภาพเมนู File (ไฟล์) ที่เลือก Save Changes and Exit (บันทึกการเปลี่ยนแปลงและออก) ไว้
  9. ทันทีที่คอมพิวเตอร์สตาร์ท ข้อความจะปรากฏขึ้นเพื่อแจ้งว่าโหมดบู๊ตมีการเปลี่ยนแปลง
    รูปภาพ 171: ข้อความแจ้ง Boot Mode Change (โหมดบู๊ตเปลี่ยนแปลง)
    ภาพ: ข้อความแจ้ง Boot Mode Change (โหมดบู๊ตเปลี่ยนแปลง)
  10. พิมพ์รหัสสี่หลักที่แจ้งในข้อความ จากนั้นกด Enter เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง
    หมายเหตุ:ไม่มีฟิลด์ข้อความปรากฏขึ้นสำหรับรหัส นี่เป็นสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว หลังจากพิมพ์หมายเลข รหัสจะถูกบันทึกไว้โดยไม่มีฟิลด์ข้อความ
    คอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงานใน Windows 8
หากคุณต้องการให้คอมพิวเตอร์ของคุณกลับไปเป็นสถานะก่อนหน้า ให้ใช้ system recovery เพื่อดำเนินการต่าง ๆ เช่น
  • ฟอร์แมตไดร์ฟระบบใหม่
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการดั้งเดิมใหม่
  • ติดตั้งไดร์เวอร์และซอฟต์แวร์ดั้งเดิมใหม่
เรียนรู้วิธีการกู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปจาก HP ระบบ Windows 8 โดยใช้วิธีการต่อไปนี้
  • การกู้คืนในกรณีที่ Windows 8 เปิดทำงานตามปกติ
  • การกู้คืนระบบกรณีที่ Windows 8 ทำงานไม่ปกติ
  • การกู้คืนผ่านสื่อบันทึกข้อมูลกู้ระบบ เช่น แผ่นดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟ USB
ควรสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดไว้ และอ่านข้อควรระวังให้ครบทุกข้อก่อนทำการกู้คืนระบบ

ดูวิดีโอเกี่ยวกับการดำเนินการกู้คืนระบบของ HP สำหรับเดสก์ทอป HP ระบบ Windows 8

(ภาษาอังกฤษ)
หาก Windows 8 เปิดทำงานได้ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเริ่มการกู้ข้อมูลระบบจากหน้าจอ Start (เริ่ม) ของ Windows 8
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  4. เลื่อนเมาส์ไปที่มุมด้านขวาบนของหน้าจอ คลิก Search (ค้นหา) จากนั้นพิมพ์ recovery (กู้ข้อมูล)
  5. จากผลการค้นหาทางด้านซ้ายของหน้าจอ คลิกเลือก Recovery Manager
    หากคุณได้รับแจ้งให้ใส่รหัสผ่านผู้ดูแลระบบหรือยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือยืนยัน หากหน้าต่าง User Account Control (การควบคุมบัญชีผู้ใช้) ถามว่าต้องการให้โปรแกรมทำการเปลี่ยนแปลงในคอมพิวเตอร์หรือไม่ คลิก Yes (ใช่)
  6. จาก I need help immediately (ต้องการความช่วยเหลือทันที) คลิกที่ System Recovery (กู้คืนระบบ)
    รูปภาพ 172: หน้าจอหลักของ Recovery Manager
    ภาพหน้าจอหลัก Recovery Manager ที่เลือก System Recovery  (กู้ข้อมูลระบบ) ไว้
  7. Recovery Manager จะถามว่าต้องการกู้คืนคอมพิวเตอร์เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานหรือไม่ คลิก Yes (ใช่) แล้วคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 173: หน้าจอยืนยันของตัวจัดการการกู้คืน
    ภาพหน้าจอยืนยันของ Recovery Manager
  8. คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากพาร์ติชั่นกู้ข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ทำงานได้ปกติ หน้าต่าง Recovery Manager จะปรากฏขึ้น
    หมายเหตุ:หากพาร์ติชั่นกู้คืนระบบในฮาร์ดดิสก์ทำงานผิดพลาด จะต้องเตรียมชุดดิสก์กู้ข้อมูลเพื่อกู้คืนระบบ ทำตามคำแนะนำในหัวข้อ การกู้ข้อมูลจากดิสก์กู้ข้อมูล (Windows 8)
    รูปภาพ 174: Recovery Manager หลังรีสตาร์ท
    ภาพ Recovery Manager หลังรีสตาร์ท
  9. คลิก System Recovery (กู้ข้อมูลระบบ)
  10. เมื่อ System Recovery แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากมีไฟล์ส่วนตัวสำรองไว้อยู่แล้ว หรือไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้ข้อมูลโดยไม่สำรองไฟล์ของคุณ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 175: Recovery Manager: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      ภาพตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่ต้องการสำรองข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 180: หน้าต่างการสำรองไฟล์
        ภาพหน้าต่าง File Backup (สำรองข้อมูลไฟล์)
      3. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 181: เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
        ภาพการเลือกตำแหน่งสำรองข้อมูล
      4. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 182: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพหน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 183: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพการจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
      รูปภาพ 184: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      ภาพการสำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  11. คลิก OK (ตกลง) ในการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้น
    รูปภาพ 185: แจ้งเตือนตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    ภาพการแจ้งเตือนให้ตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    รูปภาพ 186: แจ้งเตือนรีเซ็ตข้อมูลผู้ใช้
    ภาพการแจ้งเตือนว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดจะสูญหาย
  12. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
    รูปภาพ 187: สถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
    ภาพสถานะการกู้ข้อมูลจำลอง
  13. หลังกู้ข้อมูลระบบเสร็จสิ้น คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 188: Restoration complete (กู้ข้อมูลเสร็จสิ้น)
    ภาพหน้าจอ Restoration complete (กู้ข้อมูลเสร็จสิ้น)
  14. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  15. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  16. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
หาก Windows 8 เปิดทำงานไม่ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้พื่อกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์:
หมายเหตุ:หากพาร์ติชั่นกู้คืนข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ทำงานผิดพลาด วิธีการนี้จะไม่สามารถใช้ได้และจะมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาดเกิดขึ้น หากข้อความระบุข้อผิดพลาดแจ้งว่าไม่สามารถเรียกใช้ System Recovery จากหน้าจอเริ่มการทำงาน จะต้องเตรียมชุดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบหรือแฟลชไดร์ฟ USB กู้คืนระบบเพื่อทำการกู้คืนระบบ ทำตามคำแนะนำที่ระบุในหัวข้อต่อไปนี้ตามสื่อบันทึกข้อมูลกู้คืนระบบที่ใช้งาน: การกู้ข้อมูลจากดิสก์กู้ข้อมูล (Windows 8) หรือ การกู้ข้อมูลจากแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8)
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  3. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และกดปุ่ม F11ซ้ำ ๆ วินาทีละครั้งจนกว่าหน้าจอแรกจะปรากฏขึ้น จากนั้นทำตามคำแนะนำต่อไปนี้
    1. คลิกเพื่อเลือกภาษา
    2. คลิกเพื่อเลือกรูปแบบแป้นพิมพ์
    3. คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท หากพาร์ติชั่นกู้คืนของฮาร์ดไดร์ฟทำงานได้ตามปกติ หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) จะปรากฏขึ้น คลิก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
      รูปภาพ 189: Choose an option menu (เลือกเมนูตัวเลือก)
      ภาพหน้าจอ Choose and option (เลือกตัวเลือก) ที่เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ไว้
    4. จากหน้าจอ Troubleshoot คลิกเลือก Recovery Manager ตัวจัดการการกู้คืนจะเปิดขึ้น
      รูปภาพ 190: หน้าจอแก้ไขปัญหา
      ภาพหน้าจอ Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ที่เลือก Recovery Manager ไว้
    5. จากหน้าจอเลือกระบบปฏิบัติการ ให้คลิกเลือกระบบปฏิบัติการของคุณ Recovery Manager จะเปิดขึ้นมา
  4. Recovery Manager จะเปิดขึ้นมา จาก I need help immediately (ต้องการความช่วยเหลือทันที) คลิกที่ System Recovery (กู้คืนระบบ)
    รูปภาพ 191: หน้าจอหลักของ Recovery Manager
    ภาพหน้าจอหลัก Recovery Manager ที่เลือก System Recovery (การกู้ข้อมูลระบบ) ไว้
  5. เมื่อ System Recovery แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากมีไฟล์ส่วนตัวสำรองไว้อยู่แล้ว หรือไม่ต้องการสำรองไฟล์ส่วนตัว ให้เลือก Recover without backing up your files (กู้ข้อมูลโดยไม่สำรองไฟล์ของคุณ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 192: Recovery Manager: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      ภาพตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรอง จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 193: หน้าต่างการสำรองไฟล์
        ภาพหน้าต่าง File Backup (สำรองข้อมูลไฟล์)
      3. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลสำรอง จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 194: เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
        ภาพการเลือกตำแหน่งสำรองข้อมูล
      4. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 195: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพหน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 196: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพการจัดทำข้อมูลสำรอง
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
      รูปภาพ 197: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      ภาพการสำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  6. คลิก OK (ตกลง) ในการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้น
    รูปภาพ 198: แจ้งเตือนตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    ภาพการแจ้งเตือนให้ตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    รูปภาพ 199: แจ้งเตือนรีเซ็ตข้อมูลผู้ใช้
    ภาพการแจ้งเตือนว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดจะสูญหาย
  7. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม
    รูปภาพ 200: สถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
    ภาพสถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
  8. หลังกู้ข้อมูลระบบเสร็จสิ้น คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอการติดตั้งและรอจนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นการติดตั้ง
    รูปภาพ 201: กู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
    ภาพการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  9. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  10. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  11. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ชุดแผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืน (ซีดีหรือดีวีดี) สามารถกำหนดดิสก์เป็นดิสก์จากส่วนบริการของ HP หรือดิสก์ที่คุณจัดทำขึ้นเอง
หมายเหตุ:HP ไม่ได้จัดแผ่นดิสก์กู้คืนระบบไว้ให้ในกล่องพร้อมกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เนื่องจากซอฟต์แวร์กู้ระบบติดตั้งมาในฮาร์ดไดร์ฟ สามารถขอกู้คืนระบบได้จากฝ่ายบริการของ HP หรือใช้ Recovery Manager เพื่อจัดทำชุดดิสก์กู้คืนระบบด้วยตัวเอง HP ขอแนะนำให้จัดทำดิสก์กู้คืนระบบเมื่อได้คอมพิวเตอร์และจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย Support Sent Recovery Discs (ดิสก์กู้ระบบจากฝ่ายบริการ) อาจต้องใช้เวลา 4 ถึง 6 ชั่วโมงในการกู้ระบบ แต่ดิสก์กู้คืนระบบที่คุณจัดทำมักใช้เวลาในการกู้คืนน้อยกว่านี้ ดูรายละเอียดการจัดทำชุดดิสก์กู้ข้อมูลได้จากหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้ข้อมูลหรือการบันทึกข้อมูลจำลองเพื่อกู้คืนระบบไปแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8)
  1. เปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นใส่ดิสก์กู้ข้อมูลแผ่นแรกในไดร์ฟ
  2. กดปุ่มเปิดปิดค้างไว้เพื่อปิดคอมพิวเตอร์
  3. ถอดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, ไดรฟ์ USB, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าถอดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์หรือสายไฟ
  4. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  5. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
  6. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 202: เมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    ภาพเมนู Boot Option (ตัวเลือกการบู๊ต)
    หมายเหตุ: อาจมีไดร์ฟ CD/DVD ให้เลือกมากกว่าหนึ่งไดร์ฟจากรายการอุปกรณ์ที่บู๊ตได้ ในกรณีนี้ให้เลือกไดร์ฟ CD/DVD จากรายการเพื่อดูว่า HP Recovery จะเริ่มทำงานหรือไม่ หากการกู้คืนระบบไม่เริ่มต้นหรือมีการแจ้งว่าดิสก์ไม่ใช้ดิสก์ระบบปฏิบัติการ ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิดปิด แล้วทวนซ้ำขั้นตอนนี้เพื่อเลือกไดร์ฟ CD/DVD อื่น หลังจากการกู้ระบบเริ่มทำงาน ให้ใช้ขั้นตอนที่แจ้งต่อไปเพื่อสิ้นสุดการกู้คืนระบบ
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกดิสก์ไดร์ฟได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot และเปิดใช้ Legacy Boot ในคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป (Windows 8) จากเอกสารชุดนี้
  7. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากแผ่นดิสก์ที่ใส่ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 203: เลือก Run จากสื่อบันทึกข้อมูล
    ภาพ Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) ที่เลือกไว้
  8. เลือกตัวเลือกตามประเภทดิสก์กู้ข้อมูลที่มี:
      คลิก Factory Reset (รีเซ็ตเป็นค่าจากโรงงาน) จาก I need help immediately (ต้องการความช่วยเหลือทันที) หากหน้าจอถัดไปแจ้งให้ยืนยันตัวเลือกของคุณ เลือก Yes (ใช่) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) หากไม่มีหน้าจอยืนยันปรากฏขึ้น ให้เข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
      รูปภาพ 204: ตัวจัดการการกู้คืนโดยใช้แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ผู้ใช้สร้างขึ้น
      ภาพ Recovery Manager พร้อมดิสก์กู้ข้อมูลที่ผู้ใช้จัดทำขึ้น
    • แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ได้รับมาจากฝ่ายสนับสนุนของ HP:
      เลือกตัวเลือกต่อไปนี้ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) ตามรายการเลือกที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
      • รีเซ็ตกลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน - รีเซ็ตคอมพิวเตอร์โดยการลบไดรฟ์ทั้งหมดและคืนค่ากลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
      • รีเซ็ตคอมพิวเตอร์โดยการลบไดรฟ์ทั้งหมดและคืนค่ากลับสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
      รูปภาพ 205: Recovery Manager โดยใช้ดิสก์กู้ข้อมูลที่จัดส่งจาก HP
      ภาพ Recovery Manager พร้อมดิสก์กู้ข้อมูลที่จัดส่งจาก HP
  9. เมื่อ System Recovery แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากคุณทำการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว หรือหากคุณไม่ต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เลือก กู้คืนโดยไม่ต้องสำรองไฟล์ข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 206: Recovery Manager: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      ภาพตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่ต้องการสำรองข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป
        รูปภาพ 207: หน้าต่างการสำรองไฟล์
        ภาพหน้าต่าง File Backup (สำรองข้อมูลไฟล์)
      3. ตัวจัดการการกู้คืนจะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำรองไว้ แล้วคลิก ถัดไป
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 208: เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
        ภาพการเลือกตำแหน่งสำรองข้อมูล
      4. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 209: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพหน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 210: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพการจัดทำข้อมูลสำรอง
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
      รูปภาพ 211: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      ภาพการสำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  10. คลิก OK (ตกลง) ในการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้น
    รูปภาพ 212: แจ้งเตือนตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    ภาพการแจ้งเตือนให้ตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    รูปภาพ 213: แจ้งเตือนรีเซ็ตข้อมูลผู้ใช้
    ภาพการแจ้งเตือนว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดจะสูญหาย
  11. Recovery Manager จะรีฟอร์แมตพาร์ติชั่น Windows และติดตั้งซอฟต์แวร์เดิม ใส่แผ่นดิสก์กู้คืนระบบแต่ละแผ่นใน CD/DVD เมื่อได้รับแจ้ง
    รูปภาพ 214: สถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
    ภาพสถานะการกู้ข้อมูลจำลองจากโรงงาน
  12. หลังการกู้คืนระบบเสร็จสมบูรณ์ ให้นำแผ่นดิสก์ออก หากถาดใส่ดิสก์ไม่เปิดออกมา ให้กดปุ่มเปิดที่คอมพิวเตอร์เพื่อนำแผ่นดิสก์ออกมา
    รูปภาพ 215: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  13. คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
  14. คอมพิวเตอร์จะปิดหรือรีสตาร์ท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นของคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้ หากคอมพิวเตอร์ปิดการทำงาน ให้รอ 5 วินาที แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ใหม่
    หมายเหตุ: หากคุณใช้แผ่นดิสก์สำหรับการกู้คืนที่ได้รับมาจาก HP อาจใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงในการดำเนินการตามกระบวนการกู้คืนให้เสร็จสมบูรณ์ อย่าขัดจังหวะกระบวนการกู้คืน ขั้นตอนกู้ข้อมูลเสร็จสิ้นเมื่อหน้าจอ Windows Setup ปรากฏขึ้น
  15. ดำเนินการติดตั้ง Windows ให้เสร็จสมบูรณ์เมื่อหน้าจอดังกล่าวปรากฏขึ้น
  16. เมื่อทำการติดตั้ง Windows เสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  17. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  18. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์โดยใช้ USB แฟลชไดรฟ์
หมายเหตุ:ดูรายละเอียดการบันทึกข้อมูลจำลองสำหรับกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากหัวข้อ การจัดทำดิสก์กู้ข้อมูลหรือการบันทึกข้อมูลจำลองเพื่อกู้คืนระบบไปยังแฟลชไดร์ฟ USB (Windows 8)
  1. เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเสียบ USB แฟลชไดรฟ์เข้าไปในพอร์ต USB
  2. ปิดคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้
  3. ปลดอุปกรณ์และสายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดออก เช่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคล, เครื่องพิมพ์ และโทรสาร ลบข้อมูลออกจากไดรฟ์ภายใน และลบฮาร์ดแวร์ภายในใดๆ ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป อย่าปลดจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ แฟลชไดร์ฟกู้ข้อมูล USB หรือสายไฟออก
  4. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  5. จากนั้นกดปุ่ม Escape ทันทีซ้ำ ๆ ประมาณทุกวินาทีจนกว่าเมนู Startup จะเปิดขึ้น
  6. กด F9 เพื่อเปิดเมนู Boot Device Options
  7. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือกไดร์ฟกู้ข้อมูล USB จากนั้นกด Enter
    หมายเหตุ:หากไม่สามารถเลือกแฟลชไดร์ฟ USB ได้จากเมนู Boot (บู๊ต) ให้ปิด Secure Boot (บู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นเปิดใช้ Legacy Mode จาก BIOS ดูรายละเอียดได้จากหัวข้อ การปิด Secure Boot และเปิดใช้ Legacy Boot ในคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป (Windows 8) จากเอกสารชุดนี้
  8. หน้าต่างอาจปรากฏขึ้นและแจ้งให้คุณเลือกว่าจะเรียกใช้ Recovery Manager จากฮาร์ดดิสก์หรือจากสื่อบันทึกข้อมูลที่เชื่อมต่อ หากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นให้เลือก Run program from media (เรียกใช้โปรแกรมจากสื่อบันทึกข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    รูปภาพ 216: เลือก Run program from media (เรียกใช้จากสื่อบันทึกข้อมูล)
    ภาพ Run program from media (เรียกใช้จากสื่อบันทึกข้อมูล)
  9. จาก I need help immediately (ต้องการความช่วยเหลือทันที) คลิกที่ System Recovery (กู้คืนระบบ)
    รูปภาพ 217: System Recovery (กู้คืนระบบ)
    ภาพการเลือก System Recovery (กู้คืนระบบ)
  10. จากหน้าจอถัดไป เลือก Yes (ใช่) เพื่อยืนยันว่าคุณต้องการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์เป็นค่าเดิมจากโรงาน จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) เพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ 218: การรับรองการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์
    ภาพการรับรองการกู้คืนระบบคอมพิวเตอร์
  11. เมื่อ System Recovery แจ้งให้สำรองไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกสำรองข้อมูลที่ต้องการ:
    • หากคุณทำการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว หรือหากคุณไม่ต้องการสำรองไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เลือก กู้คืนโดยไม่ต้องสำรองไฟล์ข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป ทำตามขั้นตอนต่อไป
    • รูปภาพ 219: Recovery Manager: สำรองไฟล์ข้อมูลก่อน
      ภาพตัวเลือกการสำรองข้อมูล
      1. เลือก Back up your files first (recommended) (สำรองข้อมูลของคุณก่อน - แนะนำ) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
      2. เลือกประเภทไฟล์ที่จะสำรอง จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 220: หน้าต่าง File Backup (สำรองข้อมูลไฟล์)
        ภาพหน้าต่าง File Backup (สำรองข้อมูลไฟล์)
      3. Recovery Manager จะสแกนหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เลือกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลสำรอง จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        หมายเหตุ:หากคุณเลือกไดรฟ์ CD หรือ DVD คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่า
        รูปภาพ 221: เลือกตำแหน่งการสำรองข้อมูล
        ภาพการเลือกตำแหน่งสำรองข้อมูล
      4. คอมพิวเตอร์จะแจ้งให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือไดร์ฟ USB ขึ้นอยู่กับสื่อที่เลือกในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เสียบสื่อบันทึกข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
        รูปภาพ 222: ต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพหน้าจอต่อสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
      5. Recovery Manager จะแสดงสถานะในการสำรองข้อมูลและเขียนไฟล์ไปยังสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        รูปภาพ 223: การจัดทำสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง
        ภาพการจัดทำข้อมูลสำรอง
      6. เมื่อ Recovery Manager สำรองข้อมูลไฟล์เสร็จสิ้น ให้นำดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสำรองออก จากนั้นคลิ Next (ถัดไป) เพื่อกู้คืนระบบต่อไป
        หมายเหตุ: หากการสำรองข้อมูลล้มเหลว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความจุเพียงพอที่จะจัดเก็บไฟล์ หรือลองยกเลิกการเลือกไฟล์บางชนิดเพื่อลดจำนวนไฟล์ที่จะคัดลอก เหตุผลอื่นที่ทำให้การสำรองข้อมูลล้มเหลวอาจเกิดจากไฟล์เสียหาย ในบางกรณี คุณอาจไม่สามารถบันทึกไฟล์โดยใช้วิธีการสำรองข้อมูลนี้ได้
      รูปภาพ 224: สำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
      ภาพการสำรองข้อมูลเสร็จสิ้น
  12. คลิก Next (ถัดไป) ข้อความจะปรากฏขึ้นเพื่อเตือนให้คุณปลดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปลดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว ยกเว้นแฟลชไดรฟ์สำหรับการกู้คืน แล้วคลิก ตกลง
    รูปภาพ 225: แจ้งเตือนตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    ภาพการแจ้งเตือนให้ตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมด
    รูปภาพ 226: แจ้งเตือนรีเซ็ตข้อมูลผู้ใช้
    ภาพการแจ้งเตือนว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดจะสูญหาย
  13. อ่านและปฏิบัติตามหน้าจอที่เปิดขึ้นมา สถานะการกู้ข้อมูลจะปรากฏขึ้น
    รูปภาพ 227: สถานะการกู้ข้อมูล
    ภาพการกู้ข้อมูลระบบ
  14. ถอด USB แฟลชไดรฟ์ออกจากพอร์ต USB
  15. คลิก เสร็จสิ้น เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
    รูปภาพ 228: การกู้คืนระบบเสร็จสิ้น
    ภาพการกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น
  16. คอมพิวเตอร์จะปิดหรือรีสตาร์ท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นของคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้ หากคอมพิวเตอร์ปิดการทำงาน ให้รอ 5 วินาที แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ใหม่
  17. ดำเนินการติดตั้ง Windows ให้เสร็จสมบูรณ์เมื่อหน้าจอดังกล่าวปรากฏขึ้น
  18. เมื่อทำการติดตั้ง Windows เสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออุปกรณ์และสายทั้งหมดกลับเข้าที่ แล้วจึงเปิดคอมพิวเตอร์
  19. ก่อนใช้คอมพิวเตอร์ ให้อัพเดตและป้องกันโดยติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ก่อนกู้ข้อมูลระบบใหม่อีกครั้ง
  20. ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดๆ ที่เคยติดตั้งไว้หลังจากซื้อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไฟล์ที่สำรองข้อมูลไว้กลับเข้าไปใหม่
ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องปิดระบบบู๊ตแบบปลอดภัยใน BIOS เพื่อเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้แผ่นดิสก์กู้ข้อมูล ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อปิด Secure Boot ใน BIOS
  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  2. เปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม F10 ซ้ำ ๆ ทันที ประมาณวินาทีละหนึ่งครั้ง จนกว่า Computer Setup Utlity เปิดขึ้นมา
  3. ใช้ปุ่มลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเลือกเมนู Security (ความปลอดภัย) ใช้ลูกศรขึ้นหรือลงเพื่อเลือก Secure Boot Configuration (ตั้งค่าการบู๊ตแบบปลอดภัย) จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ 229: เมนู Security
    ภาพ: เมนู Security
  4. การแจ้งเตือนสำหรับ Secure Boot Configuration (การตั้งค่าบู๊ตแบบปลอดภัย) จะปรากฏขึ้นมา กด F10 เพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ 230: หน้าจอแจ้งเตือน Secure Boot Configuration (การตั้งค่าบู๊ตแบบปลอดภัย)
    ภาพหน้าจอแจ้งเตือน Secure Boot Configuration (การตั้งค่าบู๊ตแบบปลอดภัย)
  5. ใช้ลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือก Secure Boot จากนั้นใช้ลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเปลี่ยนค่าเป็น Disable (ปิดใช้งาน)
    รูปภาพ 231: Secure Boot Configuration
    ภาพ: Secure Boot Configuration
  6. ใช้ลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือก Legacy Support (รองรับอุปกรณ์เก่า) จากนั้นใช้ลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเปลี่ยนค่าเป็น Enable (เปิดใช้งาน))
  7. กด F10 เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลง
  8. กด F10 (อีกครั้ง) จากนั้นกด Enter สองครั้งเพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
    รูปภาพ 232: Save Changes and Exit (บันทึกการเปลี่ยนแปลงและออก)
    ภาพเมนู File (ไฟล์) ที่เลือก Save Changes and Exit (บันทึกการเปลี่ยนแปลงและออก) ไว้
  9. ทันทีที่คอมพิวเตอร์สตาร์ท ข้อความจะปรากฏขึ้นเพื่อแจ้งว่าโหมดบู๊ตมีการเปลี่ยนแปลง
    รูปภาพ 233: ข้อความแจ้ง Boot Mode Change (โหมดบู๊ตเปลี่ยนแปลง)
    ภาพ: ข้อความแจ้ง Boot Mode Change (โหมดบู๊ตเปลี่ยนแปลง)
  10. พิมพ์รหัสสี่หลักที่แจ้งในข้อความ จากนั้นกด Enter เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง
    หมายเหตุ:ไม่มีฟิลด์ข้อความปรากฏขึ้นสำหรับรหัส นี่เป็นสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว หลังจากพิมพ์หมายเลข รหัสจะถูกบันทึกไว้โดยไม่มีฟิลด์ข้อความ
    คอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงานใน Windows 8