Jump to content

ไฟกระพริบ

  • PrintPrint

บทนำ

ไฟบนแผงควบคุมแสดงถึงสถานะของเครื่อง ไฟเหล่านี้สามารถเปิด ปิด หรือกระพริบได้ ขึ้นอยู่กับสถานะของเครื่อง ไฟทุกดวงสามารถกระพริบเป็นรูปแบบจังหวะที่ชัดเจนซึ่งเป็นการระบุถึงสถานะของผลิตภัณฑ์หรือสภาวะข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
NOTE:เอกสารนี้เป็นการอธิบายถึงรูปแบบของไฟที่กระพริบบนเครื่องของคุณ ในเอกสารนี้คำว่า "สว่าง" มีความหมายเดียวกับคำว่า "กระพริบ"
HP LaserJet Pro P1102
ภาพแสดงแผงควบคุม HP LaserJet Pro P1102
1 - ไฟเตือน
2 - ไฟแสดงความพร้อม
HP LaserJet Pro P1102w
ภาพแสดงแผงควบคุม HP LaserJet Pro P1102w
1 - ปุ่มไร้สาย
2 - ไฟสถานะไร้สาย
3 - ไฟเตือน
4 - ไฟแสดงความพร้อม
5 - ปุ่มยกเลิก
สัญลักษณ์ไฟบนแผงควบคุม
สัญลักษณ์สำหรับ "ไฟดับ"
สัญลักษณ์ำสำหรับ "ไฟติด"
สัญลักษณ์สำหรับ "ไฟกระพริบ"

ไฟกระพริบ

ส่วนต่อไปนี้จะอธิบายถึงเรื่องการนำไฟกระพริบที่เห็นโดยทั่วไป ให้ทำตามวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้สำหรับแต่ละชุดไฟกระพริบ หารูปแบบไฟกระพริบที่คุณได้พบ จากนั้นทำตามขั้นตอนเพื่อแก้ไขปัญหา
NOTE:อาจมีวิธีการแก้ปัญหามากกว่าหนึ่งวิธีสำหรับรูปแบบไฟกระพริบบางประเภท หลังจากที่คุณพบบรูปแบบที่ตรงกับที่ไฟกระพริบ ให้ลองแก้ทำการแก้ปัญหาทีละอย่าง
ปัญหา: ไฟแสดงสถานะดับทั้งหมด
ไฟแสดงสถานะทั้งหมดดับลง เครื่องอยู่ในโหมดปิดอัตโนมัติหรือเครื่องปิดอยู่
กดปุ่มเปิดปิด ( ) เพื่อปิดโหมดปิดเครื่องอัตโนมัติหรือเพื่อเปิดเครื่อง
ปัญหา: ไฟเตือนและไฟแสดงความพร้อมติดเวียนเป็นรอบ
ไฟเตือนและไฟแสดงความพร้อมติดเวียนเป็นรอบจะเกิืดขึ้นในระหว่างช่วงทำการเตรียมรูปแบบการทำงานหรือเมื่อเครื่องทำการทำความสะอาด
ไม่ต้องดำเนินการใดๆ รอให้ช่วงการเตรียมตัวทำงานเสร็จสิ้นลง เครื่องควรเข้าสู่สภาวะพร้อมใช้งานเมื่อช่วงการเตรียมตัวทำงานสิ้นสุดลง
ปัญหา: ไฟแสดงความพร้อมเปิด
เครื่องอยู่ในภาวะพร้อมทำงาน
ไม่ต้องดำเนินการใดๆ เครื่องพร้อมที่จะรับงานพิมพ์
ปัญหา: ไฟแสดงความพร้อมกระพริบ
เครื่องกำลังรับหรือกำลังประมวลข้อมูล
ไม่ต้องดำเนินการใดๆ เครื่องกำลังรับหรือประมวลงานพิมพ์
ปัญหา: ไฟเตือนกระพริบ
เครื่องพบกับข้อผิดพลาดที่สามารถแก้ไขได้ที่ตัวเครื่อง เช่น มีวัสดุห่อหุ้มเหลือค้างอยู่ในเครื่อง ฝาเครื่องเปิดอยู่ ไม่มีกระดาษในช่องป้อนกระดาษ ไม่มีตลับหมึกพิมพ์ หรือกระดาษติด
ข้อสำคัญ: คุณจะต้องปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้ตามลำดับขั้นตอนที่แจ้ง เพื่อแก้ไขปัญหา

แนวทางที่หนึ่ง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีวัสดุห่อหุ้มเหลือค้างอยู่ในเครื่อง

ทำตามขึ้นตอนด้านล่างเพื่อเอาวัสดุห่อหุ้มที่ยังอาจหลงเหลืออยู่ในเครื่องของคุณ
  1. เปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    Figure 1: เปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    ภาพแสดงการเปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
  2. นำวัสดุห่อหุ้มตลับหมึกออก
    Figure 2: นำวัสดุห่อหุ้มตลับหมึกออก
    ภาพแสดงการนำวัสดุห่อหุ้มตลับหมึกออก
  3. ถอดตลับหมึกพิมพ์ออกจากเครื่อง
    Figure 3: ถอดตลับหมึกออกจากเครื่อง
    ภาพแสดงการถอดตลับหมึกออกจากเครื่อง
    CAUTION:เพื่อป้องกันไม่ให้ตลับหมึกได้รับความเสียหาย ให้จับตลับหมึกที่ปลายทั้งสองด้าน
  4. แกะวัสดุห่อหุ้มออกจากด้านในเครื่อง
    Figure 4: แกะวัสดุห่อหุ้มออกจากด้านในเครื่อง
    ภาพแสดงการแกะวัสดุห่อหุ้มออกจากด้านในเครื่อง
  5. แกะคลิปสีส้มออกจากปลายตลับหมึก
    Figure 5: Remove the orange clip from the print cartridge
    ภาพแสดงการแกะคลิปสีส้มออกจากปลายตลับหมึก
  6. ค่อยๆ เขย่าตลับหมึกไปมาเพื่อให้ผงหมึกกระจายตัวทั่วตลับ
    Figure 6: เขย่าตลับหมึกเบาๆ
    ภาพแสดงการเขย่าตลับหมึก
  7. งอสลักทางด้านซ้ายของตลับหมึกจนกว่าสลักจะหลุด จากนั้นดึงสลักออกเพื่อแกะเทปปิดกลับหมึกทั้งหมดออกจากตลับหมึก
    Figure 7: ดึงเทปปิดตลับหมึกออก
    ภาพแสดงการแกะเทปปิดตลับหมึก
    CAUTION:หากผงหมึกเลอะเสื้อผ้าคุณ ให้เช็ดออกด้วยผ้าแห้งและซักเสื้อผ้าในน้ำเย็น น้ำร้อนจะทำให้ผงหมึกติดแน่นบนผ้า
  8. ใส่ตลับหมึกพิมพ์ในเครื่องพิมพ์ จากนั้นปิดช่องใส่ตลับหมึกพิมพ์
    Figure 8: ใส่ตลับหมึกพิมพ์ในเครื่องพิมพ์ จากนั้นปิดช่องใส่ตลับหมึกพิมพ์
    ภาพแสดงการใส่ตลับหมึกพิมพ์และการปิดตลับหมึกพิมพ์

แนวทางที่สอง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าช่องปิืดใส่ตลับหมึกปิดสนิท

ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเปิดและปิดช่องใส่ตลับหมึกพิมพ์
  1. เปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    Figure 9: เปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    ภาพแสดงการเปิดฝาครอบตลับหมึก
  2. ปิดฝาครอบตลับหมึก
    Figure 10: ปิดฝาครอบตลับหมึก
    ภาพแสดงการเปิดฝาครอบตลับหมึก

แนวทางที่สาม: ตรวจสอบดูว่ามีกระดาษอยู่ในเครื่องหรือไม่

อาจไม่มีกระดาษอยู่ในเครื่อง หากไม่มีกระดาษอยู่ในเครื่อง ให้ทำตามวิธีการสำหรับช่องใส่กระดาษที่คุณต้องการจะใส่
CAUTION:หากคุณพยายามทำการพิมพ์บนกระดาษที่ยับ หรือกระดาษที่มีความเสียหายใดๆ กระดาษอาจติดภายในเครื่องได้
ช่องป้อนกระดาษด่วนสามารถใส่กระดาษได้ 10 แผ่นหรือใส่ซองจดหมายได้หนึ่งซอง แผ่นใสหนึ่งแผ่น หรือฉลากหรือสต๊อกการ์ดได้หนึ่งแผ่น
  1. เลื่อนตัวปรับความกว้างไปที่ตำแหน่งกว้างสุด
  2. ใส่กระดาษเข้าไปในช่องป้อนกระดาษด่วน
    ใส่กระดาษให้แผ่นที่จะพิมพ์อยู่ด้านบนและด้านที่จะพิมพ์หงายขึ้น
  3. เลื่อนตัวปรับกระดาษให้แนบชิดกับขอบของกระดาษ
ถาดป้อนกระดาษสามารถใส่กระดาษขนาด 75 g/m2 ได้ 150 แผ่น หรือหากใช้กระดาษที่หนักมากกว่านี้จะใส่ได้น้อยลงเล็กน้อย (กระดาษซ้อนได้สูงสุด 15 มม. หรือน้อยกว่านั้น)
  1. เลื่อนตัวปรับความกว้างไปที่ตำแหน่งกว้างสุด
  2. นำกระดาษใดๆ ก็ตามที่ค้างอยู่ทั้งหมดออกจากถาดป้อนกระดาษ
  3. แดะที่ขอบของกองกระดาษเพื่อเรียงขอบกระดาษให้ตรงกัน
  4. ใส่กระดาษลงในถาดป้อนกระดาษ
    ใส่กระดาษให้แผ่นที่จะพิมพ์อยู่ด้านบนและด้านที่จะพิมพ์หงายขึ้น
  5. เลื่อนตัวปรับกระดาษให้แนบชิดกับขอบของกระดาษ

แนวทางที่สี่: ตรวจสอบว่าได้ใส่ตลับหมึกพิมพ์อยู่้หรือไม่

อาจไม่มีตลับหมึกอยู่ในเครื่อง หากไม่มีตลับหมึกอยู่ในเครื่อง ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อใส่ตลับหมึก
  1. เปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    Figure 11: เปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    ภาพแสดงการเปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
  2. แกะตลับหมึกพิมพ์ใหม่ออกจากกล่อง ใส่ตลับหมึกพิมพ์เก่าลงในถุงหรือกล่องเพื่อนำไปรีไซเคิล
    Figure 12: แกะตลับหมึกใหม่ออกจากห่อ จากนั้นเตรียมตลับหมึกเก่าเพื่อการรีไซเคิล
    ภาพแสดงการแกะตลับหมึกใหม่จากห่อและการเตรียมตลับหมึกเก่าเพื่อการรีไซเคิล
    CAUTION:เพื่อป้องกันไม่ให้ตลับหมึกได้รับความเสียหาย ให้จับตลับหมึกที่ปลายทั้งสองด้าน อย่าสัมผัสชัตเตอร์ตลับหมึกหรือผิวหน้าลูกกลิ้ง
  3. จับตลับหมึกทั้งสองด้านแล้วค่อยๆ เขย่าตลับหมึกเบาๆ เพื่อให้ผงหมึกกระจายตัวทั่วตลับ
    Figure 13: เขย่าตลับหมึกเบาๆ
    ภาพแสดงการเขย่าตลับหมึก
  4. งอสลักทางด้านซ้ายของตลับหมึกจนกว่าสลักจะหลุด จากนั้นดึงสลักออกเพื่อแกะเทปปิดตลับหมึกทั้งหมดออกจากตลับหมึก วางสลักและเทปปิดตลับหมึกที่แกะออกมาลงในกล่องตลับหมึกเพื่อส่งกลับไปรีไซเคิล
    Figure 14: แกะสลักออกจากตลับหมึก จากนั้นนำสลักไปเตรียมการรีไซเคิล
    ภาพแสดงการแกะสลักออกจากตลับหมึกและการเตรียมนำไปรีไซเคิล
  5. ใส่ตลับหมึกพิมพ์ในเครื่องพิมพ์ จากนั้นปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    Figure 15: ใส่ตลับหมึกพิมพ์ใหม่ลงในเครื่องพิมพ์ จากนั้นปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    ภาพแสดงการใส่ตลับหมึกพิมพ์ใหม่ลงในเครื่องพิมพ์ และการปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    CAUTION:หากผงหมึกเลอะเสื้อผ้าคุณ ให้เช็ดออกด้วยผ้าแห้งและซักเสื้อผ้าในน้ำเย็น น้ำร้อนจะทำให้ผงหมึกติดแน่นบนผ้า

แนวทางที่ห้า: ตรวจสอบว่ามีกระดาษติดอยู่ในเครื่องหรือไม่

ทำตามขั้นตอนเพื่อหา แล้วนำกระดาษที่ติดออก
NOTE:ในกรณีที่ต้องการนำกระดาษที่ติดค้างออก ระวังอย่าดึงกระดาษที่ติดออกจนขาด หากมีเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ค้างอยู่ในเครื่อง อาจทำให้มีการติดค้างอีกได้

ขั้นตอนที่หนึ่ง: หากระดาษที่ติด

กระดาษที่ติดอาจอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ของเครื่อง และสามารถเกิดขึ้นได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง
Figure 16: ตำแหน่งของกระดาษติด
ภาพแสดงตำแหน่งกระดาษติด
1 - ภายใน
2 - ถาดป้อนกระดาษ
3 - ถังจ่าย

ขั้นตอนที่สอง: นำกระดาษที่ติดออกจากถาดป้อนกระดาษ

ทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อนำกระดาษที่ติดออกจากถาดป้อนกระดาษ
CAUTION:อย่าใช้ของมีคม เช่น คีมหรือแหนบเพื่อดึงกระดาษที่ติดออก ความเสียหายที่เกิดจากของมีคมไม่สามารถอ้างสิทธิ์การรับประกันได้ขณะนำกระดาษที่ติดออก ให้ดึงกระดาษออกตรงๆ จากเครื่อง การดึงกระดาษที่ติดออกจากเครื่องในบางมุมอาจทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดความเสียหายได้
  1. เปิดฝาปิดตลับหมึกพิมพ์ แล้วดึงตลับหมึกพิมพ์ออก
    Figure 17: เปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    ภาพแสดงการเปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
  2. นำปึกกระดาษออกจากถาดป้อนกระดาษ
    Figure 18: นำปึกกระดาษออกจากถาดป้อนกระดาษ
    ภาพแสดงการนำปึกกระดาษออกจากถาดป้อนกระดาษ
  3. ใช้สองมือจับด้านข้างของกระดาษที่ติดซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจน (รวมทั้งส่วนกลาง) แล้วค่อย ๆ ดึงออกจากเครื่อง
    Figure 19: ดึงกระดาษที่ติดออก
    ภาพการนำเศษกระดาษออก
  4. ติดตั้งตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งแล้วปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    Figure 20: ติดตั้งตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งแล้วปิดฝาครอบ
    ภาพแสดงการใส่ตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งและการปิดตลับหมึกพิมพ์

ขั้นตอนที่สาม: นำกระดาษที่ติดออกจากพิ้นที่จ่ายกระดาษขาออก

ทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อนำกระดาษที่ติดออกจากพิ้นที่จ่ายกระดาษขาออก
CAUTION:อย่าใช้ของมีคม เช่น คีมหรือแหนบเพื่อดึงกระดาษที่ติดออก ความเสียหายที่เกิดจากของมีคมไม่สามารถอ้างสิทธิ์การรับประกันได้
  1. เปิดฝาปิดตลับหมึกพิมพ์ แล้วดึงตลับหมึกพิมพ์ออก
    Figure 21: ถอดตลับหมึกพิมพ์ออก
    ภาพการนำตลับหมึกออก
  2. เปิดฝาปิดตลับหมึกพิมพ์ไว้ จากนั้นใช้สองมือจับที่ด้านข้างของกระดาษที่ติดอยู่ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน (รวมทั้งส่วนกลาง) แล้วค่อยๆ ดึงออกจากเครื่อง
  3. ติดตั้งตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งแล้วปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    Figure 22: ใส่ตลับหมึกกลับเข้าที่
    ภาพแสดงการใส่ตลับหมึกพิมพ์และการปิดตลับหมึกพิมพ์

ขั้นตอนที่สี่: นำกระดาษออกจากด้านในเครื่อง

ทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อนำกระดาษที่ติดออกจากในเครื่อง
  1. เปิดฝาปิดตลับหมึกพิมพ์ แล้วดึงตลับหมึกพิมพ์ออก
    ถอดตลับหมึกพิมพ์ออกภาพการนำตลับหมึกออก
    CAUTION:เพื่อป้องกันความเสียหาย อย่าให้ตลับหมึกพิมพ์โดนแสง ปิดโดยใช้แผ่นกระดาษ
  2. หากมองเห็นกระดาษที่ติดอยู่ ให้จับที่กระดาษอย่างระมัดระวังแล้วดึงออกจากเครื่อง
    Figure 24: ดึงกระดาษที่ติดออก
    ภาพการนำเศษกระดาษออก
  3. ติดตั้งตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งแล้วปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    Figure 25: เปลี่ยนตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งแล้วปิดฝาครอบ
    ภาพแสดงการเปลี่ยนตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งและการปิดตลับหมึกพิมพ์
ปัญหา: ไฟเตือนกะพริบและไฟแสดงความพร้อมติด
ไม่ต้องดำเนินการใดๆ เครื่องพบปัญหาต่อเนื่องที่สามารถแก้ไขปัญหาเองได้และดำเนินการทำงานต่อให้จบได้
หากพบว่าการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองของเครื่องไม่สำเร็จ เครื่องจะเข้าสู่สถานะมีปัญหา ตรวจสอบว่ามีกระดาษติดค้างด้านในเครื่องหรือไม่
ทำตามขั้นตอนเพื่อหา แล้วนำกระดาษที่ติดออก
NOTE:ในกรณีที่ต้องการนำกระดาษที่ติดค้างออก ระวังอย่าดึงกระดาษที่ติดออกจนขาด หากมีเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ค้างอยู่ในเครื่อง อาจทำให้มีการติดค้างอีกได้

ขั้นตอนที่หนึ่ง: หากระดาษที่ติด

กระดาษที่ติดอาจอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ของเครื่อง และสามารถเกิดขึ้นได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง
Figure 26: ตำแหน่งของกระดาษติด
ภาพแสดงตำแหน่งกระดาษติด
1 - ภายใน
2 - ถาดป้อนกระดาษ
3 - ถังจ่าย

ขั้นตอนที่สอง: นำกระดาษที่ติดออกจากถาดป้อนกระดาษ

ทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อนำกระดาษที่ติดออกจากถาดป้อนกระดาษ
CAUTION:อย่าใช้ของมีคม เช่น คีมหรือแหนบเพื่อดึงกระดาษที่ติดออก ความเสียหายที่เกิดจากของมีคมไม่สามารถอ้างสิทธิ์การรับประกันได้ขณะนำกระดาษที่ติดออก ให้ดึงกระดาษออกตรงๆ จากเครื่อง การดึงกระดาษที่ติดออกจากเครื่องในบางมุมอาจทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดความเสียหายได้
  1. เปิดฝาปิดตลับหมึกพิมพ์ แล้วดึงตลับหมึกพิมพ์ออก
    Figure 27: เปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    ภาพแสดงการเปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
  2. นำปึกกระดาษออกจากถาดป้อนกระดาษ
    Figure 28: นำปึกกระดาษออกจากถาดป้อนกระดาษ
    ภาพแสดงการนำปึกกระดาษออกจากถาดป้อนกระดาษ
  3. ใช้สองมือจับด้านข้างของกระดาษที่ติดซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจน (รวมทั้งส่วนกลาง) แล้วค่อย ๆ ดึงออกจากเครื่อง
    Figure 29: ดึงกระดาษที่ติดออก
    ภาพการนำเศษกระดาษออก
  4. ติดตั้งตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งแล้วปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    Figure 30: ติดตั้งตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งแล้วปิดฝาครอบ
    ภาพแสดงการใส่ตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งและการปิดตลับหมึกพิมพ์

ขั้นตอนที่สาม: นำกระดาษที่ติดออกจากพิ้นที่จ่ายกระดาษขาออก

ทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อนำกระดาษที่ติดออกจากพิ้นที่จ่ายกระดาษขาออก
CAUTION:อย่าใช้ของมีคม เช่น คีมหรือแหนบเพื่อดึงกระดาษที่ติดออก ความเสียหายที่เกิดจากของมีคมไม่สามารถอ้างสิทธิ์การรับประกันได้
  1. เปิดฝาปิดตลับหมึกพิมพ์ แล้วดึงตลับหมึกพิมพ์ออก
    Figure 31: ถอดตลับหมึกพิมพ์ออก
    ภาพการนำตลับหมึกออก
  2. เปิดฝาปิดตลับหมึกพิมพ์ไว้ จากนั้นใช้สองมือจับที่ด้านข้างของกระดาษที่ติดอยู่ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน (รวมทั้งส่วนกลาง) แล้วค่อยๆ ดึงออกจากเครื่อง
  3. ติดตั้งตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งแล้วปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    Figure 32: ใส่ตลับหมึกกลับเข้าที่
    ภาพแสดงการใส่ตลับหมึกพิมพ์และการปิดตลับหมึกพิมพ์

ขั้นตอนที่สี่: นำกระดาษออกจากด้านในเครื่อง

ทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อนำกระดาษที่ติดออกจากในเครื่อง
  1. เปิดฝาปิดตลับหมึกพิมพ์ แล้วดึงตลับหมึกพิมพ์ออก
    ถอดตลับหมึกพิมพ์ออกภาพการนำตลับหมึกออก
    CAUTION:เพื่อป้องกันความเสียหาย อย่าให้ตลับหมึกพิมพ์โดนแสง ปิดโดยใช้แผ่นกระดาษ
  2. หากมองเห็นกระดาษที่ติดอยู่ ให้จับที่กระดาษอย่างระมัดระวังแล้วดึงออกจากเครื่อง
    Figure 34: ดึงกระดาษที่ติดออก
    ภาพการนำเศษกระดาษออก
  3. ติดตั้งตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งแล้วปิดฝาครอบตลับหมึกพิมพ์
    Figure 35: เปลี่ยนตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งแล้วปิดฝาครอบ
    ภาพแสดงการเปลี่ยนตลับหมึกพิมพ์อีกครั้งและการปิดตลับหมึกพิมพ์
ปัญหา: ไฟเตือนและไฟแสดงความพร้อมติด
เครื่องอาจพบปัญหาร้ายแรงซึ่งเครื่องไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองได้ ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อรีเซ็ตเครื่อง
  1. กดปุ่มเปิดปิด ( ) เพื่อปิดเครื่อง
  2. ถอดสายไฟออกจากด้านหลังของเครื่อง แล้วรอประมาณ 30 วินาที
  3. ต่อสายไฟกลับเข้าที่ด้านหลังของเครื่อง
  4. กดปุ่มเปิดปิด ( ) เพื่อเปิดเครื่อง
หากขั้นตอนนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้ไปยังส่วนของศูนย์บริการที่ด้านท้ายของเอกสารนี้
ปัญหา: ไฟระบบไร้สายกะพริบ (เฉพาะรุ่น P1102w)
เครื่องพยายามหาเครือข่ายแบบไร้สาย
ไม่ต้องดำเนินการใดๆ
ปัญหา: ไฟระบบไร้สายติด (เฉพาะรุ่น P1102w)
เครื่องได้เชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย
ไม่ต้องดำเนินการใดๆ
ปัญหา: ไฟระบบไร้สายดับ (เฉพาะรุ่น P1102w)
เครื่องไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย และระบบไร้สายของเครื่องอาจถูกปิดอยู่
ข้อสำคัญ: คุณจะต้องปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้ตามลำดับขั้นตอนที่แจ้ง เพื่อแก้ไขปัญหา

แนวทางที่หนึ่ง: ลองเชื่อมต่อกับเครือข่าย

ขั้นตอนที่หนึ่ง: เชื่อมต่อกับเครือข่าย

กดปุ่มระบบไร้สายเพื่อลองเชื่อมต่อกับเครือข่าย หรือรัน Wireless Configuration utility เพื่อปรับตั้งค่าของเครื่อง เพื่อตรวจสอบดูว่าเครื่องพบเครือข่ายหรือไม่ ให้ลองพิมพ์หน้าการกำหนดค่า เครื่องควรมี IP address ที่ได้รับจากเครือข่าย

ขั้นตอนที่สอง: พิมพ์หน้าการกำหนดค่า

เพื่อตรวจสอบว่าเครือพบเครือข่ายหรือไม่ ให้ลองพิมพ์หน้าการกำหนดค่า
  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องเปิดทิ้งโดยไม่มีการทำงานอยู่ และไฟ Ready ( ) ติดอยู่
  2. กดปุ่ม Cancel ( ) ค้างไว้ แล้วปล่อยเมือไฟ Ready ( ) กะพริบ
    เครื่องจะพิมพ์หน้าการกำหนดค่า

แนวทางที่สอง: ถอนการติดตั้ง และติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่อีกครั้ง

หากเครื่องยังคงไม่สามารถเชืือมต่อกับเครือข่ายได้ ให้ถอนการติดตั้งและติดตั้งเครื่องใหม่

ขั้นตอนที่หนึ่ง: ติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่

ติดตั้งซอฟต์แวร์ของเครื่องใหม่อีกครั้ง หากคุณจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนในการติดตั้งโดยละเอียด โปรดดู HP Single-function and Multi-function Printers - Uninstalling the Printer Software

ขั้นตอนที่สอง: ติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่

ติดตั้งซอฟต์แวร์ของเครื่องใหม่อีกครั้ง สำหรับขั้นตอนโดยละเอียด คลิกที่ลิงค์สำหรับระบบปฏิบัติการของเครื่องคุณและประเภทการเชื่อมต่อ

ขั้นตอนที่สาม: ติดต่อผู้ดูแลระบบ

หากปัญหายังคงอยู่ ติดต่อผู้ดูแลเครือข่ายหรือดูคู่มือผู้ใช้ของเราเตอร์ไร้สายหรือจุดเชื่อมต่อนั้น

ติดต่อขอรับบริการ

อาจมีปัญหากับส่วนประกอบของเครื่องหรือส่วนประกอบทำงานได้ไม่ถูกต้อง ขั้นตอนต่อไปคือการรับบริการผลิตภัณฑ์

หากคุณปฏิบัติตามขั้นตอนข้างต้นทั้งหมดแล้วและยังพบปัยหาอยู่ อาจต้องนำเครื่องเข้ารับบริการ
ตรวจสอบว่าเครื่องอยู่ในประกันหรือไม่ หากต้องการความช่วยเหลือในการตรวจสอบประกันเครื่อง กรุณาไปที่ HP’s Warranty Check Tool
  • หากเครื่องอยู่ในประกัน กรุณาติดต่อ HP
  • หากเครื่องไม่อยู่ในประกัน อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรับบริการจาก HP