Jump to content

ตัวเลือกในการใช้งานสำหรับ Windows 7

  • PrintPrint
เอกสารนี้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ HP PC และโน้ตบุ๊กระบบ Windows 7
Windows 7 มีชุดเครื่องมือรองรับการใช้งานมากมายสำหรับปรับแต่งเพื่อให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น

ทำความคุ้นเคยกับ Ease of Access Center

Ease of Access Center คือศูนย์กลางสำหรับคุณในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน เพื่อให้คอมพิวเตอร์มองเห็น ได้ยินและใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น Ease of Access Center แบ่งออกเป็นสามส่วนได้แก่
  • หัวข้อ ปรับแต่งคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานง่าย ประกอบไปด้วยชุดเครื่องมือใช้งานด่วนเบื้องต้น ที่คุณสามารถทดลองชุดเครื่องมือใช้งานทั่วไปได้
  • ลิงค์ ขอคำแนะนำในการปรับแต่งคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น จะเปิดแบบสอบถามเผื่อเลือกขึ้นมาเพื่อให้คุณสามารถพิจารณาว่าเครื่องมือตัวใดที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณมากที่สุด
  • หัวข้อ สืบค้นค่าทั้งหมด ใช้เพื่อตั้งค่าชุดเครื่องมือและปรับเปลี่ยนตัวเลือกโดยการคลิกที่ลิงค์ที่ระบุความต้องการที่ตรงการ
ในกรณีที่เลือกจากเมนู การเรียกใช้ชุดข้อมูลเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว ชุดเครื่องมือจะปิดทำงานเมื่อคุณล็อกออฟ
  1. เปิด Ease of Access Center ขณะสตาร์ทคอมพิวเตอร์ โดยคลิกที่ไอคอน Ease of Access ที่มุมด้านล่างซ้ายของหน้าจอต้อนรับ เปิด Ease of Access Center จาก Windows โดยกดปุ่ม Windows + U
    Figure 1: Ease of Access Center
     เมนู Ease of Access Center
    Ease of Access Center จะเปิดขึ้นมา จากนั้นตัวเลือกสี่ตัวเลือกในหัวข้อการเรียกใช้ชุดข้อมูลเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว จะถูกแรเงาเรียงทีละรายการ Narrator หรือตัวอ่านหน้าจอขั้นพื้นฐาน จะทำหน้าที่อ่านเนื้อหาเป็นเสียงตามที่แรเงาเลือกและระบุกิจกรรมต่าง ๆ บนหน้าจอ
  2. เลือกชุดเครื่องมือโดยกด SPACE BAR เมื่อแรเงาเลือกชุดเครื่องมืออยู่
    • หากไม่ต้องการให้ Windows สแกนและแรเงาเลือกชุดเครื่องมือใน Ease of Access Center อีกในอนาคต ให้ลบรายการที่เลือกจาก Always scan this section (สแกนหัวข้อนี้ทุกครั้ง)
    • หยุดไม่ให้ Narrator เริ่มการทำงานอัตโนมัติขณะเปิด Ease of Access Center ให้ลบรายการที่เลือกจาก Always read this section aloud (อ่านหัวข้อนี้เสียงดังทุกครั้ง)
  3. นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้พอยเตอร์เมาส์เพื่อเลือกชุดเครื่องมือ ได้แก่
    • การเลือก Start Magnifier (เริ่มใช้แว่นขยาย) ทำให้สามารถขยายหน้าจอทั้งหมด (โหมดเต็มหน้าจอ) หรือพื้นที่รอบ ๆ พอยเตอร์เมาส์ (โหมดเลนส์) หรือบางส่วนของหน้าจอ (โหมดซ้อน)
    • การเลือก Start Narrator (เริ่มใช้ผู้บรรยาย) เป็นการเริ่มต้นตัวอ่านหน้าจอเบื้องต้น
    • การเลือก Start On-Screen Keyboard (เริ่มแป้นพิมพ์บนหน้าจอ) เป็นการเปิดใช้แป้นพิมพ์บนหน้าจอ ใช้แป้นพิมพ์บนหน้าจอเพื่อพิมพ์ข้อความบนหน้าจอผ่านพอยเตอร์เมาส์หรือจอยสติ๊ก หรือหากคุณมีคอมพิวเตอร์ HP TouchSmart หรือคอมพิวเตอร์ระบบจอสัมผัส คุณสามารถใช้ปากกาสไตลัส เมาท์สติ๊กหรือนิ้วมือได้
    • การเลือก Set up High Contrast (ตั้งค่าความคมชัดสูง) เป็นการเปิดเมนู Make the computer easier to see (ปรับแต่งคอมพิวเตอร์ให้ดูได้ง่ายขึ้น) ฟังก์ชั่น High Contrast จะลดสีหลายสีบนหน้าจอ โดยข้อความสีขาวหรือข้อความสีจะปรากฏขึ้นบนพื้นหลังสีดำได้หลายพื้นที่
หากต้องการให้ชุดเครื่องมือใดเริ่มทำงานอัตโนมัติขณะล็อกออน ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อแก้ไขค่าโดยใช้ตัวเลือก Explore all Settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) ใน Ease of Access Center

การใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่มีจอภาพ

หากเปิดใช้ไว้ Narrator จะทำหน้าที่เป็นตัวอ่านหน้าจอขั้นพื้นฐานเพื่ออ่านข้อความหน้าจอเป็นเสียงในแอพพลิเคชั่นหรือโปรแกรมบางตัว ในกรณีที่มีให้เลือกใช้ Audio Description จะระบุสิ่งที่เกิดขึ้นในวิดีโอ คุณสามารถปิดเอฟเฟกต์ภาพหรือกำหนดระยะเวลาในการแจ้งเตือน

การตั้งค่าและใช้งาน Narrator

ใช้ Narrator ได้โดยจะต้องมีเฮดโฟน ลำโพงภายในคอมพิวเตอร์หรือลำโพงต่อพ่วง หากเปิดใช้ไว้ Narrator จะทำงานเมื่อล็อกอินเข้าใน Windows
ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อตั้งค่า Narrator:
  1. เปิด Ease of Access Center โดยกดปุ่ม Windows + U
  2. จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) คลิกที่ลิงค์ Use the computer without a display (ใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่มีจอแสดงผล)
    Figure 2: เมนู Use the computer without the display
    เมนูตัวเลือกในการใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่มีจอแสดงผล
  3. จาก Hear text read aloud (รับฟังการอ่านข้อความด้วยเสียง) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Narrator (เปิด Narrator) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    หน้าต่าง Microsoft Narrator จะเปิดขึ้นมา
  4. จาก Main Narrator Settings ในหน้าต่าง Microsoft Narrator ให้เลือกตัวเลือกโดยทำเครื่องหมายติดกับ:
    • Echo User's Keystrokes (ทวนการกดแป้นของผู้ใช้) หากต้องการให้ Narrator แจ้งให้คุณทราบปุ่มที่กดลงไป
    • Announce System Messages (แจ้งข้อความของระบบ) หากต้องการให้ Narrator แจ้งเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่นการแจ้งเตือนจากระบบ
    • Announce Scroll Notifications (ประกาศแจ้งการเลื่อนรายการ) เพื่อแจ้งให้คุณทราบเมื่อหน้าจอหน้าจอเลื่อน
    • Start Narrator Minimized (เริ่มใช้งาน Narrator แบบย่อขนาด) หากต้องการให้แสดง Narrator เป็นไอคอนที่ทาสก์บาร์ แทนการแสดงเป็นหน้าต่างขนาดปกติ
    Figure 3: ค่าปรับตั้งใน Microsoft Narrator
     ค่าปรับแต่ง Narrator ผ่านตัวเลือก Main Narrator Settings จะถูกแรเงาเพื่อแจ้งให้ทราบ
  5. เปลี่ยนเสียงของ Narrator โดยคลิกที่ปุ่ม Voice Settings (ค่าเสียง) ที่หน้าต่างค่าปรับแต่ง Microsoft Narrator
    Figure 4: ปุ่ม Voice Settings (ค่าเสียง) ในค่าปรับแต่ง Microsoft Narrator
    หน้าต่างค่าปรับแต่ง Microsoft Narrator ที่เลือกปุ่ม Voice Settings (ค่าเสียง) ไว้
    คุณสามารถปรับเปลี่ยนเสียงของ Narrator ได้โดยเปลี่ยนค่า Voice Settings:
    • จากรายการ Select Voice (เลือกเสียง) เลือกเสียงเผื่อเลือก (ที่มี) สำหรับ Narrator
    • จากส่วนแสดงรายการ Set Speed (กำหนดความเร็ว) ให้เลือกความเร็วสำหรับเสียงของ Narrator
    • จากส่วนแสดงรายการ Set Volume (ปรับระดับเสียง) ให้เพิ่มหรือลดระดับเสียงของ Narrator
    • จากส่วนแสดงรายการ Set Pitch (กำหนดโทนสูงต่ำ) ให้เปลี่ยนโทนเสียงของ Narrator
    • คลิก ตกลง
      Figure 5: Voice Settings - Narrator
       หน้าต่าง Narrator Voice Settings ที่เลือกปุ่ม OK ไว้
  6. รับฟัง Narrator อ่านรายการชอร์ตคัทบนแป้นพิมพ์โดยคลิกที่ปุ่ม Quick Help (วิธีใช้ด่วน) จากหน้าต่างค่าปรับแต่ง Microsoft Narrator
    Figure 6: ปุ่ม Quick Help ในส่วนปรับแต่งค่า Narrator
     หน้าต่างค่าปรับแต่ง Narrator ที่เลือกปุ่ม Quick Help ไว้

การใช้ชอร์ตคัท Narrator

แป้นพิมพ์ลัดช่วยให้การใช้ Narrator รวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น
  • กดปุ่ม CTRL เพื่อหยุด Narrator (ชั่วคราว)
  • กดปุ่ม CTRL + SHIFT + SPACE BAR หากต้องการให้ Narrator อ่านข้อความในหน้าต่างที่เลือกทั้งหมด
  • กดปุ่ม CTRL + ALT + SPACE BAR หากต้องการให้ Narrator อ่านรายการที่เลือกไว้ในหน้าต่าง
  • กดปุ่ม INSERT + F3 หากต้องการให้ Narrator อ่านอักขระในปัจจุบัน
  • กดปุ่ม INSERT + F4 หากต้องการให้ Narrator อ่านคำในปัจจุบัน
  • กดปุ่ม INSERT + F5 หากต้องการให้ Narrator อ่านบรรทัดในปัจจุบัน
  • กดปุ่ม INSERT + F6 หากต้องการให้ Narrator อ่านย่อหน้าในปัจจุบัน
  • กดปุ่ม INSERT + F7 หากต้องการให้ Narrator อ่านเนื้อหาในหน้าปัจจุบัน
  • กดปุ่ม INSERT + F8 หากต้องการให้ Narrator อ่านเอกสารหน้าปัจจุบัน

การทำให้เนื้อหาสามารถอ่านได้ผ่าน Narrator

Narrator เป็นหน้าจอพื้นฐานซึ่งไม่สามารถอ่านเนื้อหาในแอพพลิเคชั่นได้ทุกตัว ทั้งนี้คุณสามารถปรับเนื้อหาให้อ่านโดย Narrator ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. ขณะ Narrator เปิดทำงาน คลิก Start (เริ่ม) จากนั้นพิมพ์ Notepad ในฟิลด์ค้นหา
  2. เลือก Notepad จากรายการ
    หน้าต่าง Notepad ไม่ระบุชื่อจะเปิดขึ้นมา
  3. สลับเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีเนื้อหาที่ต้องการให้ Narrator อ่าน จากนั้นแรเงาเลือกเนื้อหาดังกล่าว
  4. คลิกขวาเนื้อหาที่แรเงาไว้ จากนั้นเลือก Copy (คัดลอก)
  5. จาก Notepad คลิกขวาแล้วเลือก Paste (วาง)
  6. จาก Notepad กดปุ่ม INSERT + F8 เพื่ออ่านเอกสารทั้งหมด

การตั้งค่าและใช้ Audio Description (ถ้ามี)

Audio Description จะระบุการดำเนินการต่าง ๆ ในวิดีโอ หากมีให้เลือกใช้
การเปิด Audio Description:
  1. เปิด Ease of Access Center โดยกดปุ่ม Windows + U
  2. จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) คลิกที่ลิงค์ Use the computer without a display (ใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่มีจอแสดงผล)
  3. จาก Hear text read aloud (รับฟังการอ่านข้อความด้วยเสียง) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Audio Description (เปิด Audio Description)
  4. คลิก ตกลง

การปิดเอฟเฟกต์ภาพและตั้งกำหนดเวลาในการแจ้งเตือน

  1. เปิด Ease of Access Center โดยกดปุ่ม Windows + U
  2. จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) คลิกที่ลิงค์ Use the computer without a display (ใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่มีจอแสดงผล)
  3. ปิดเอฟเฟกต์ภาพบางส่วน เช่น การเฟด โดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn off all unnecessary animations (when possible) (ปิดแอนิเมชั่นที่ไม่จำเป็นทั้งหมด (หากสามารถทำได้)) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  4. กำหนดจำนวนวินาทีที่จะให้กล่องโต้ตอบแจ้งเตือนของ Windows เปิดค้าง โดยเลือกรายการจากเมนูแสดงรายการ แล้วคลิก Apply (ปรับใช้)

การทำให้หน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดดูได้ง่ายขึ้น

คุณสามารถเพิ่มขนาดข้อความและภาพหรือเปลี่ยนการแสดงรายการในหน้าจอได้ตามต้องการ
เปิด Ease of Access Center โดยกดปุ่ม Windows + U keys จากนั้นคลิกที่ลิงค์ Make the computer easier to see (ทำให้มองคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น) จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด)
  • เปลี่ยนขนาดรายการบนหน้าจอโดยคลิกที่ลิงค์ Change the size of text and icons (เปลี่ยนขนาดข้อความและไอคอน) เลือกช่องเลือกรายการติดกับขนาดที่ต้องการ จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  • ทำให้เห็นขอบหน้าต่างได้ง่ายขึ้นผ่านการเปลี่ยนสีโดยคลิกที่ลิงค์ Adjust the color and transparency of the windows borders (ปรับสีและความโปร่งใสของขอบหน้าต่าง) จากนั้นเลือกสีและคลิกที่ปุ่ม Save changes (บันทึกการเปลี่ยนแปลง)
  • ทำให้ขอบหน้าต่างมองเห็นได้ง่ายขึ้นผ่านการทำให้ทึบแสงโดยคลิกที่ลิงค์ Adjust the color and transparency of the windows borders (ปรับสีและความโปร่งใสของขอบหน้าต่าง) ลบรายการที่เลือกจากช่องทำเครื่องหมายติดกับ Enable transparency (เปิดใช้แบบโปร่งใส) จากนั้นคลิก Save changes (บันทึกการเปลี่ยนแปลง)
  • ทำให้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ารอบ ๆ รายการที่เลือกในกล่องโต้ตอบมองเห็นได้ง่ายขึ้น เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Make the focus rectangle thicker (ปรับสี่เหลี่ยมโฟกัสให้หนาขึ้น) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  • ทำให้มองเห็นเคอร์เซอรได้ง่ายขึ้นโดยเลือกตัวเลขจากส่วนแสดงรายการ Set the thickness of the blinking curser (กำหนดความหนาของเคอร์เซอร์กะพริบ) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  • ปิดเอฟเฟกต์ภาพบางส่วน เช่น การเฟด โดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn off all unnecessary animations (when possible) (ปิดแอนิเมชั่นที่ไม่จำเป็นทั้งหมด (หากสามารถทำได้)) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  • ปิดภาพหรือเนื้อหาที่ไม่จำเป็นโดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Remove background images (where available) (ลบภาพพื้นหลัง (ถ้ามี)) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)

การเปิดค่า High Contrast

เพื่อทำให้ค่าต่างสีเข้มขึ้นสำหรับข้อความและภาพบางส่วนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ สามารถใช้ High Contrast เพื่อให้รายละเอียดเหล่านี้มองเห็นได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  1. จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) ใน Ease of Access Center คลิกที่ลิงค์ Make the computer easier to see (ทำให้มองเห็นคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น)
  2. จาก High Contrast เปลี่ยนแปลงรูปแบบการแสดงผลอย่างถาวรในคอมพิวเตอร์โดยคลิกที่ลิงค์ Choose a High Contrast theme (เลือกรูปแบบคอนทราสต์สูง)
    หน้าต่าง Personalization (ปรับแต่ง) จะปรากฏขึ้น)
  3. จาก Basic and High Contrast Themes (รูปแบบพื้นฐานและแบบคอนทราสต์สูง) เลือกองค์ประกอบสีที่ต้องการ
    คอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนเป็นรูปแบบสีใหม่
  4. เพื่อให้สามารถเปิดค่า High Contrast ได้โดยไม่ต้องเปิด Ease of Access Center ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on or off High Contrast when left ALT + left SHIFT + PRINT SCREEN is pressed (เปิดหรือปิด High Contrast ขณะกด ALT + left SHIFT + PRINT SCREEN ค้างไว้)
  5. คลิก ตกลง
    Figure 7: ตัวอย่างเดสก์ทอปที่ปิด High Contrast ไว้
    ตัวอย่างเดสก์ทอปที่ปิด High Contrast ไว้
    Figure 8: ตัวอย่างเดสก์ทอปที่เปิด High Contrast ไว้
    ตัวอย่างเดสก์ทอปที่เปิด High Contrast ไว้

การใช้แว่นขยาย (Magnifier)

แว่นขยายช่วยให้สามารถขยายภาพหน้าจอทั้งหมด พื้นที่รอบ ๆ พอยเตอร์เมาส์หรือบางส่วนของหน้าจอที่ต้องการ
การเรียกใช้เมนู Magnifier (แว่นขยาย):
  1. จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) ใน Ease of Access Center คลิกที่ลิงค์ Make the computer easier to see (ทำให้มองเห็นคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น)
  2. จากr Make things on the screen larger (ทำให้รายการในหน้าจอใหญ่ขึ้น) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Magnifier (เปิดใช้แว่นขยาย) จากนั้นคลิกที่ OK (ตกลง)
  3. คลิกที่ไอคอนแว่นขยายบนหน้าจอเพื่อเปิด Magnifier
    Figure 9: เลือกรายการเพื่อเปิด Magnifier
    ไอคอนแว่นขยายถูกเลือกอยู่
  4. เลือกโหมดรับชมโดยคลิกที่ลูกศรลง Views (มุมมอง):
    Figure 10: แถบเครื่องมือ Magnifier
    แถบเครื่องมือ Magnifier ที่เลือกลูกศรลง Views (มุมมอง) ไว้
    ขยายขนาดหน้าจอทั้งหมดโดยเลือก Full screen (เต็มหน้าจอ) จากส่วนแสดงรายการ
    ขยายพื้นที่รอบ ๆ พอยเตอร์เมาส์โดยเลือก Lens (เลนส์) จากส่วนแสดงรายการ
    Figure 11: ตัวอย่าง Magnifier ในโหมด Lens
    ตัวอย่าง Magnifier ในโหมด Lens
    ขณะอยู่ในโหมด Lens ให้ปรับแต่งขนาดเลนส์โดยคลิกที่ไอคอน Options (ตัวเลือก) ในแถบเครื่องมือ Magnifier เพื่อเปิดเมนู Magnifier Options
    Figure 12: ไอคอนตัวเลือกจากแถบเครื่องมือ Magnifier
    ไอคอนตัวเลือกจากแถบเครื่องมือ Magnifier
    ใช้พอยเตอร์เมาส์เพื่อเลื่อนแถบปรับความสูงและความกว้างจนกระทั่งเลนส์ได้ขนาดที่ต้องการ
    คลิก ตกลง
    Figure 13: ตัวเลือกการปรับขนาดเลนส์แว่นขยาย
    แถบเลื่อนปรับขนาดเลนส์แว่นขยาย
    ขยายขนาดบางส่วนของหน้าจอโดยเลือก Docked (ซ้อน) จากเมนูแสดงรายการ
    Figure 14: ตัวอย่าง Magnifier ที่ซ้อนอยู่ด้านบนของหน้าจอขยายขนาดที่ 150 เปอร์เซ็น
    ตัวอย่าง Magnifier ในโหมด Docked ขยายขนาดที่ 150 เปอร์เซ็นต์ โดยซ้อนพื้นที่ขยายขนาดไว้ด้านบนของหน้าจอ
  5. เลือกตัวเลือก Magnifer ทั่วไปโดยคลิกที่ไอคอน Options (ตัวเลือก) จากแถบเครื่องมือ Magnifier
    • ปรับการเปลี่ยนมุมมองเมื่อซูมเข้าหรือออกโดยเลือกเปอร์เซ็นต์การขยายขนาดที่ต้องการโดยใช้พอยเตอร์เมาส์เพื่อเลื่อนแถบเลื่อนระหว่าง Less และ More จากนั้นคลิก OK (ตกลง)
      Figure 15: เมนู Magnifier Options
      เมนู Magnifier Options ที่เลือกแถบเลื่อนตัวเลือกการซูมไว้
    • ย้อนรูปแบบสีภายในพื้นที่ขยายขนาดโดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on color inversion (เปิดการแปลงสีกลับ)
    • แสดงพื้นที่รอบ ๆ พอยเตอร์เมาส์ในพื้นที่ขยายขนาด โดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Follow the mouse pointer (ตามพอยเตอร์เมาส) จากนั้นคลิก OK (ตกลง)
    • เพื่อให้พื้นที่ขยายขนาดย้ายไปยังพื้นที่เคลื่อนย้ายเมื่อกดปุ่ม Tab หรือปุ่มลูกศร ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Follow the keyboard focus (ตามโฟกัสแป้นพิมพ์) จากนั้นคลิก OK (ตกลง)
    • แสดงพื้นที่รอบ ๆ ข้อความที่กำลังพิมพ์ในแอพพลิเคชั่น เช่น Notepad หรือ Microsoft Word โดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Have the Magnifier follow the text insertion point (ให้แว่นขยายตามจุดแทรกข้อความ) จากนั้นคลิก OK (ตกลง)
    • ปรับแต่งการแสดงข้อความโดยคลิกที่ลิงค์ Fine tune what my screen fonts look like (ปรับแต่งแบบอักษรหน้าจออย่างละเอียด) โดยทำตามข้อความบนหน้าจอที่ ClearType Text Tuner จากนั้นคลิก Finish (เสร็จสิ้น)
  6. จากเมนู Magnifier คลิกที่ปุ่มลบ หรือบวก เพื่อลดหรือเพิ่มระดับการขยายขนาด

การใช้ชอร์ตคัท Magnifier

ทำให้ใช้ Magnifier ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านแป้นพิมพ์ลัด
  • ขณะกดปุ่ม Windows กดที่ + (บวก) เพื่อซูมเข้าหรือ - (ลบ) เพื่อซูมออก
  • ออกจาก Magnifier โดยกดที่ปุ่ม Windows + ESCAPE
  • ดูตัวอย่างเดสก์ทอปในโหมดเต็มหน้าจอโดยกดปุ่ม CTRL + ALT + SPACE BAR
  • สลับไปโหมดเต็มหน้าจอโดยกดปุ่ม CTRL + ALT + F
  • สลับไปโหมดวางซ้อนโดยกดปุ่ม CTRL + ALT + D
  • สลับไปโหมดเลนส์โดยกดปุ่ม CTRL + ALT + L
  • ปรับขนาดเลนส์โดยกดปุ่ม CTRL + ALT + R เลื่อนพอยเตอร์เมาส์ขึ้น ลง ซ้ายหรือขวาจนกระทั่งได้รูปทรงและขนาดที่ต้องการ จากนั้นคลิกซ้ายเพื่อกำหนดขนาดถาวร
  • สลับสีพื้นหลังและข้อความโดยกดปุ่ม CTRL + ALT + I
  • แพนขึ้น ลง ซ้ายหรือขวาภายในพื้นที่ขยายขนาดโดยกดปุ่ม CTRL + ALT + ลูกศรขึ้น , ลูกศรลง , ลูกศรซ้าย หรือ ลูกศรขวา

การใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่มีเมาส์หรือแป้นพิมพ์

แป้นพิมพ์หน้าจอและระบบตรวจจับเสียงช่วยให้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องใช้เมาส์หรือแป้นพิมพ์
หากการใช้เมาส์ทำได้ยาก ให้กดปุ่ม TAB เพื่อไปยังเมนู Ease of Access Center เปิดลิงค์โดยกดปุ่ม TAB จนกระทั่งลิงค์ถูกแรเงาเลือก จากนั้นกด ENTER เลื่อนแถบเลื่อนโดยกดปุ่ม TAB จนกระทั่งแถบเลื่อนถูกแรเงาเลือก จากนั้นกดลูกศรซ้าย หรือลูกศรขวา เลือกหรือลบรายการที่เลือกจากช่องทำเครื่องหมายหรือปุ่มเลือกโดยกดปุ่ม TAB จนกระทั่งรายการถูกเลือก จากนั้นกดปุ่ม SPACE BAR
  1. เปิด Ease of Access Center โดยกดปุ่ม Windows + U
  2. จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) คลิกที่ลิงค์ Use the computer without a mouse or keyboardy (ใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่ใช้เมาส์หรือแป้นพิมพ์)

การตั้งค่าและใช้แป้นพิมพ์หน้าจอ

แป้นพิมพ์หน้าจอเป็นแป้นพิมพ์กราฟิกที่จะเปิดขึ้นบนหน้าจอ โดยใช้แทนแป้นพิมพ์ตามปกติ คุณสามารถพิมพ์ผ่านพอยเตอร์เมาส์หรือจอยสติ๊ก หากมีคอมพิวเตอร์ HP TouchSmart หรือคอมพิวเตอร์จอสัมผัส คุณสามารถพิมพ์โดยใช้ปากกาสไตลัส เมาท์สติ๊กหรือนิ้วมือ
  1. จากหน้าต่าง Use the computer without a mouse or keyboard (ใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่มีเมาส์หรือแป้นพิมพ์) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Use On-Screen Keyboard (ใช้แป้นพิมพ์หน้าจอ) จากนั้นคลิก OK (ตกลง)
    แป้นพิมพ์หน้าจอจะเปิดขึ้นมา
  2. เปลี่ยนค่าโดยคลิกที่ปุ่ม Options (ตัวเลือก) จาก On-Screen Keyboard (แป้นพิมพ์หน้าจอ)
    Figure 16: แป้นพิมพ์หน้าจอที่เลือกปุ่มตัวเลือกไว้
    ภาพแป้นพิมพ์หน้าจอที่เลือกปุ่มตัวเลือกไว้
    จากเมนู Options (ตัวเลือก) รับฟังเสียงคลิกเมื่อเลือกปุ่มโดยทำเครื่องหมายในช่องติดกับ Use click sound (ใช้เสียงคลิก) จากนั้นคลิก OK (ตกลง)
    Figure 17: เมนู On-Screen Keyboard Options
    เมนู On-Screen Keyboard Options
    เพิ่มแป้นตัวเลขไปยังแป้นพิมพ์หน้าจอโดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on the numeric key pad (เปิดแป้นตัวเลข) จากนั้นคลิก OK (ตกลง)
    พิมพ์ข้อความโดยคลิกที่ปุ่มหน้าจอโดยใช้พอยเตอร์เมาส์ เลือกปุ่มเลือกติดกับ Click on keys (ปุ่มคลิก) จากนั้นคลิก OK (ตกลง)
    หากไม่เลือกตัวเลือกปุ่มคลิก ให้ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อใช้โหมดเลื่อนเหนือปุ่มกดหรือโหมดสแกนผ่านปุ่มกด

การใช้โหมดเลื่อนเหนือปุ่มกด

ในโหมดเลื่อนเหนือปุ่มกด คุณสามารถพิมพ์อักขระได้โดยไม่ต้องกดปุ่มบนแป้นพิมพ์หรือคลิกที่เมาส์ การใช้แป้นพิมพ์หน้าจอและเมาส์หรือจอยสติ๊กช่วยให้คุณสามารถพิมพ์ข้อความโดยการชี้หรือเลื่อนไปที่อักขระที่ต้องการภายในเวลาที่กำหนด
  1. จากเมนู Options เลือกปุ่มเลือกติดกับ Hover over keys (เลื่อนเหนือปุ่มกด)
  2. ตั้งเวลาที่จะต้องเลื่อนไปเหนือปุ่มกดก่อนพิมพ์อักขระโดยใช้พอยเตอร์เมาส์ปรับแถบเลื่อนกำหนดระยะเวลาเลื่อนเลือกรายการ
    Figure 18: โหมดเลื่อนเหนือปุ่มกดของแป้นพิมพ์หน้าจอ
    แป้นพิมพ์หน้าจอที่เลือกโหมดเลื่อนเหนือปุ่มกด และกำหนดระยะเวลาเลื่อนเลือกไว้ที่ 3 วินาที
  3. คลิก ตกลง
    Figure 19: ตัวอย่างการเลือกปุ่ม "h" โดยใช้โหมดเลื่อนเหนือปุ่มกด
    ตัวอย่างการเลือกปุ่ม

การใช้โหมดสแกนผ่านปุ่มกด

ขณะใช้โหมดสแกนผ่านปุ่มกด แป้นพิมพ์หน้าจอจะสแกนและแรเงาเลือกพื้นที่ที่ต้องการบนแป้นพิมพ์ เลือกรายการโดยการกดปุ่ม Space Bar แป้นพิมพ์หน้าจอจะถูกสแกนบรรทัดต่อบรรทัดจนกระทั่งกด Space Bar ชุดปุ่มในบรรทัดที่เลือกจะถูกสแกนจนกว่าจะกดที่ Space Bar อีกครั้ง จากนั้นปุ่มจะถูกสแกนทีละส่วนจนกระทั่งกด Space Bar เพื่อพิมพ์ตัวอักษร
พิมพ์ข้อความโดยการสแกนปุ่มกด โดยเลือกปุ่มเลือกติดกับ Scan through keys (สแกนผ่านปุ่มกด)
  1. จากเมนู Options ให้เลือกความเร็วในการสแกนโดยใช้พอยเตอร์เมาส์เพื่อเลื่อนแถบเลื่อน
  2. จาก To select a key (การเลือกปุ่ม) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับอุปกรณ์ป้อนข้อมูลหรืออุปกรณ์ที่คุณต้องการใช้
  3. เปลี่ยนปุ่มลัดแป้นพิมพ์โดยเลือกปุ่มที่ต้องการจากเมนูแสดงรายการ Space Bar Key (ปุ่ม Space Bar)
    Figure 20: โหมดสแกนแป้นพิมพ์หน้าจอ
    แป้นพิมพ์หน้าจอที่เลือกการสแกนผ่านปุ่มกด ตั้งค่าความเร็วในการสแกนไว้ที่ 2 วินาที จากนั้นเลือกปุ่ม Space Bar จากส่วนแสดงรายการ
  4. คลิก ตกลง
    Figure 21: ตัวอย่างการสแกนผ่านปุ่มกดในแป้นพิมพ์หน้าจอ
    ตัวอย่างการสแกนชุดอักขระผ่านแป้นพิมพ์หน้าจอ

การตั้งค่าและใช้ Speech Recognition

คุณสามารถใช้ Speech Recognition (การตรวจจับเสียง) เพื่อควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่านคำสั่งเสียง รวมทั้งสั่งให้พิมพ์ข้อความที่ต้องการ หากคอมพิวเตอร์ไม่มีลำโพงในตัว คุณจะต้องมีไมโครโฟนสำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
การตั้งค่า Speech Recognition
  1. คลิก Start (เริ่ม) จากนั้นคลิกที่ Control Panel (แผงควบคุม)
  2. จากแผงควบคุม คลิก Ease of Access (ความสะดวกในการใช้)
  3. คลิก Speech Recognition (ระบบตรวจจับเสียง)
  4. จากแถบคำสั่งด้านขวา คลิก Start Speech Recognition (เริ่มระบบตรวจจับเสียง)
    Figure 22: เรียกใช้ระบบตรวจจับเสียง
    ลิงค์สำหรับเริ่มระบบตรวจจับเสียง
  5. จากหน้าต่าง Welcome to Speech Recognition (ยินดีต้อนรับสู่ระบบตรวจจับเสียง) คลิก Next (ถัดไป)
  6. เมื่อได้รับแจ้ง ให้เลือกประเภทไมโครโฟนที่จะใช้จากรายการ จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
    Figure 23: ตัวเลือกประเภทไมโครโฟน
    ตัวเลือกประเภทไมโครโฟนในตัวช่วยดำเนินการตั้งค่า Ease of Access Speech Recognition
  7. ตรวจสอบข้อมูลการจัดวางไมโครโฟนในหน้าต่าง Set up Speech Recognition (ตั้งค่าการตรวจจับเสียง) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
  8. อ่านรายละเอียดจากสคริปต์ในหน้าต่าง Adjust the volume (ปรับระดับเสียง) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
  9. จากหน้าต่าง Your microphone is now set up (ตั้งค่าไมโครโฟนแล้วในตอนนี้) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)
  10. จากหน้าต่าง Improve speech recognition accuracy (ปรับความแม่นยำการตรวจจับเสียง) คลิกที่ลิงค์ Read our Privacy Statement online (อ่านแถลงนโยบายความเป็นส่วนตัวออนไลน์)
  11. ดูในแถลงนโยบายความเป็นส่วนตัวจาก Microsoft Windows 7 เพื่อพิจารณาว่าคุณต้องการให้ Windows ตรวจสอบเอกสารและอีเมลของคุณหรือไม่:
    • เปิด Windows ให้ตรวจสอบเอกสารและอีเมลเพื่อพิจารณาว่าคำหรือวลีใดที่คุณใช้มากที่สุด จากนั้นเลือกปุ่มเลือกติดกับ Enable document review (เปิดใช้การตรวจทานเอกสาร) แล้วคลิกที่ Next (ถัดไป)
    • หากไม่ต้องการให้ Windows ตรวจทานเอกสารหรืออีเมล ให้เลือกปุ่มเลือกติดกับ Disable document review (ปิดการตรวจทานเอกสาร) จากนั้นคลิกที่ Next (ถัดไป)
  12. จากหน้าต่าง Choose an activation mode (เลือกโหมดการเปิดใช้งาน) ให้เลือกตัวเลือกที่ต้องการสำหรับเปิดใช้ระบบตรวจจับเสียงใหม่หลังจากที่ปิดคุณสมบัติการใช้งานนี้ไป
  13. จากหน้า Print Speech Reference Card (พิมพ์บัตรอ้างอิงคำพูด) คลิกที่ View Reference Sheet (ดูเอกสารอ้างอิง) เพื่ออ่านและพิมพ์คำสั่งตรวจจับเสียง จากนั้นคลิกที่ Next (ถัดไป)
  14. จากหน้า Run Speech Recognition every time I start the computer (เรียกใช้ระบบตรวจจับเสียงทุกครั้งที่สตาร์ทคอมพิวเตอร์) ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Run Speech Recognition at startup (เรียกใช้ระบบตรวจจับเสียงระหว่างเริ่มทำงาน)

การตั้งค่าตัวเลือกขั้นสูงระบบตรวจจับเสียง

ปรับให้ระบบตรวจจับเสียงทำงานได้ดีขึ้นผ่านตัวเลือกขั้นสูง
  1. คลิก Start (เริ่ม) จากนั้นคลิกที่ Control Panel (แผงควบคุม)
  2. จากแผงควบคุม คลิก Ease of Access (ความสะดวกในการใช้)
  3. คลิก Speech Recognition (ระบบตรวจจับเสียง)
  4. คลิกที่ลิงค์ Advanced speech options (ตัวเลือกเสียงขั้นสูง) ที่ด้านบนซ้ายของหน้าต่าง
    Figure 24: ตัวเลือกเสียงขั้นสูงสำหรับระบบตรวจจับเสียง
    ลิงค์ตัวเลือกเสียงขั้นสูงใน Ease of Access Speech Recognition
    หน้าต่าง Speech Properties (คุณสมบัติเสียง) จะเปิดขึ้นมา
การเพิ่มโพรไฟล์ใหม่
คุณสามารถจัดทำโพรไฟล์ต่าง ๆ บนคอมพิวเตอร์เพื่อให้ทุกคนที่ใช้ระบบตรวจจับเสียงได้ใช้ร่วมกัน หรือทำโพรไฟล์หลายชุดสำหรับสภาพเสียงแวดล้อมแต่ละแบบ
  1. จากหน้าต่าง Speech Properties (คุณสมบัติเสียง) ให้คลิกที่ปุ่ม New (สร้าง) จาก Recognition profiles (โพรไฟล์การตรวจจับ)
    Figure 25: การตั้งค่าโพรไฟล์ใหม่ใน Speech Properties (คุณสมบัติเสียง)
    การตั้งค่าโพรไฟล์ใหม่ใน Speech Properties (คุณสมบัติเสียง) โดยแรเงาเลือกปุ่ม New (สร้าง) ไว้
  2. จากหน้าต่าง Add a profile (เพิ่มโพรไฟล์) ให้ระบุชื่อโพรไฟล์ จากนั้นคลิก OK (ตกลง)
  3. ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอจาก Microphone Setup Wizard
  4. เปลี่ยนไมโครโฟนเริ่มต้นโดยคลิกที่ปุ่ม Advanced (ขั้นสูง) ในหน้าต่าง Speech Properties (คุณสมบัติเสียง)
    • จากหน้าต่าง Audio Input Settings (ค่าป้อนข้อมูลเสียง) ให้เลือกปุ่มเลือกติดกับ Use this audio input device (ใช้อุปกรณ์ป้อนข้อมูลเสียงนี้)
    • เลือกการป้อนข้อมูลจากไมโครโฟนที่ต้องการจากเมนูแสดงรายการ
    • คลิก ตกลง
การตั้งค่าสำหรับผู้ใช้
ปรับขีดความสามารถของระบบตรวจจับเสียงในการตรวจจำเสียงของคุณ
  1. จากหน้าต่าง Speech Properties (คุณสมบัติเสียง) แรเงาเลือกชื่อโพรไฟล์ที่คุณต้องการ
  2. คลิกที่ปุม Train Profile (โพรไฟล์การฝึกหัด) จากนั้นทำตามคำแนะนำบนหน้าจอในตัวช่วยดำเนินการฝึกสอนการตรวจจับเสียงพูด
  3. จากหน้าต่าง Speech Properties (คุณสมบัติเสียง) หากต้องการให้ระบบตรวจจับเสียงเริ่มทำงานอัตโนมัติเมื่อล็อกอิน ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Run Speech Recognition at startup (เรียกใช้ระบบตรวจจับเสียงเมื่อเริ่มทำงาน - ฟังก์ชั่นเผื่อเลือก)
  4. จากหน้าต่าง Speech Properties (คุณสมบัติเสียง) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Enable voice activation (เปิดใช้การสั่งการด้วยเสียง - ฟังก์ชั่นเผื่อเลือก)
  5. ปรับระยะระหว่างประโยคโดยเลือกตัวเลขที่ต้องการจากส่วนแสดงรายการ Number of spaces to insert after punctuation (การเคาะว่างเพื่อแทรกอักขระหลังเครื่องหมายวรรคตอน)
ธีม Setting up Sound
คอมพิวเตอร์จะส่งเสียงเพื่อแจ้งให้คุณทราบเมื่อเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ขึ้น เช่น เมื่อได้รับอีเมลใหม่ คุณสามารถเปลี่ยนเสียงการดำเนินการต่าง ๆ ในระบบตรวจจับเสียงได้
  1. จากหน้าต่าง Speech Properties (คุณสมบัติเสียง) คลิกที่ปุ่ม Audio Input (ข้อมูลเสียง)
  2. จากหน้าต่าง Sound (เสียง) คลิกที่แท็บ Sounds (เสียง)
  3. จาก Program Events (การดำเนินการของโปรแกรม) ไล่รายการไปที่การดำเนินการของโปรแกรม Windows Speech Recognition
  4. คลิกที่กิจกรรมต่าง ๆ ของโปรแกรมที่คุณต้องการเปลี่ยนแแปลง
  5. เลือกเสียงใหม่จากเมนูแสดงรายการ Sounds (เสียง)
    Figure 26: ตัวเลือกเสียงสำหรับการทำรายการในโปรแกรมตรวจจับเสียง
     ตัวเลือกเสียงสำหรับการทำรายการในโปรแกรมตรวจจับเสียงจากเมนู Sounds (เสียง)
  6. คลิกที่ปุ่ม Test (ทดสอบ) เพื่อแสดงตัวอย่างเสียง
  7. คลิก Apply (ปรับใช้)
การปรับคุณภาพของไมโครโฟน
ปรับปรุงคุณภาพของระบบตรวจจับเสียงเพื่อให้เข้าใจเสียงของคุณโดยการปิดหรือลดเสียงแวดล้อม
  1. จากหน้าต่าง Speech Properties (คุณสมบัติเสียง) คลิกที่ปุ่ม Audio Input (ข้อมูลเสียง)
  2. จากหน้าต่าง Sound (เสียง) คลิกที่แท็บ Communications (การสื่อสาร)
  3. เลือกปุ่มเลือกติดกับตัวเลือกที่คุณต้องการ จากนั้นคลิกที่ Apply (ปรับใช้)
    Figure 27: ตัวเลือกปิดเสียงหรือลดเสียง
    ตัวเลือกลดหรือปิดเสียงอื่น ๆ ขณะใช้ไมโครโฟน

การปรับให้ใช้เมาส์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ปรับให้แสดงพอยเตอร์เมาส์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นโดยการปรับเปลี่ยนการแสดงผล จากนั้นเปิดคุณสมบัติใช้งานเพื่อให้ใช้เมาส์ได้ง่ายขึ้น
  1. เปิด Ease of Access Center โดยกดปุ่ม Windows + U
  2. จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) คลิกที่ลิงค์ Make the mouse easier to use (ปรับเมาส์ให้ใช้งานง่ายขึ้น)

การเปลี่ยนสีและขนาดพอยเตอร์เมาส์

หากคุณมีปัญหาในการมองเห็นพอยเตอร์เมาส์บนหน้าจอ สามารถปรับให้ชัดเจนยิ่งขึ้นตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. จาก Mouse pointers (พอยเตอร์เมาส์) เลือกปุ่มเลือกติดกับองค์ประกอบสีและขนาดที่ต้องการ
    Figure 28: ตัวเลือกสำหรับปรับพอยเตอร์เมาส์
    ตัวเลือกสำหรับปรับสีและขนาดของพอยเตอร์เมาส์
  2. คลิก Apply (ปรับใช้)

การเปิด Mouse Keys

การเปิด Mouse Keys ช่วยให้สามารถใช้ปุ่มตัวเลขเพื่อเลื่อนพอยเตอร์เมาส์ไปบนหน้าจอ
หากการใช้เมาส์ทำได้ยาก ให้กดปุ่ม TAB เพื่อไปยังเมนู Ease of Access Center เปิดลิงค์โดยกดปุ่ม TAB จนกระทั่งลิงค์ถูกแรเงาเลือก จากนั้นกด ENTER เลื่อนแถบเลื่อนโดยกดปุ่ม TAB จนกระทั่งแถบเลื่อนถูกแรเงาเลือก จากนั้นกดลูกศรซ้าย หรือลูกศรขวา เลือกหรือลบรายการที่เลือกจากช่องทำเครื่องหมายหรือปุ่มเลือกโดยกดปุ่ม TAB จนกระทั่งรายการถูกเลือก จากนั้นกดปุ่ม SPACE BAR
การตั้งค่า Mouse Keys:
  1. คลิกที่ลิงค์ Make the mouse easier to use (ปรับเมาส์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น) จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) จากเมนู Ease of Access Center
  2. เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Mouse Keys (เปิดปุ่มเมาส์) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  3. คลิกที่ลิงค์ Set up Mouse Keys (ตั้งค่าปุ่มเมาส์)
  4. จาก Other settings (ค่าอื่น ๆ) เลือกว่าคุณต้องการใช้ Mouse Keys หรือไม่หากเปิดหรือปิด NUM LOCK โดยเลือกปุ่มเลือกติดกับ On (เปิด) หรือ Off (ปิด) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  5. จาก Pointer speed (ความเร็วพอยเตอร์) ให้กำหนดความเร็วสูงสุดและ/หรืออัตราเร่งของพอยเตอร์เมาส์โดยการเลื่อนแถบเลื่อน จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  6. ควบคุมความเร็วพอยเตอร์เมาส์โดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Hold down CTRL to speed up and SHIFT to slow down (กด CTRL ค้างเพื่อเร่งความเร็วและ SHIFT เพื่อชะลอความเร็ว)
  7. ขณะที่อยู่ใน Set up Mouse Keys (ตั้งค่าปุ่มเมาส์) ให้เลือกฟังก์ชั่นที่ต้องการ:
    • เพื่อให้สามารถเปิด Mouse Keys ได้โดยไม่ต้องเปิด Ease of Access Center ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Mouse Keys with left ALT + left SHIFT + NUM LOCK (เปิด Mouse Keys โดยใช้ ALT ซ้าย + SHIFT ซ้าย + NUMLOCK) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    • ดูข้อความเตือนเมื่อเปิด Mouse Keys โดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Display a warning message when turning a setting on (แสดงข้อความเตือนเมื่อเปิดใช้งาน) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
      Figure 29: ข้อความเตือนที่ปรากฏขึ้นเมื่อเปิดใช้ Mouse Keys
      ข้อความเตือนที่ปรากฏขึ้นเมื่อเปิดใช้ Mouse Keys
    • หากต้องให้มีเสียงแจ้งเมื่อเปิดหรือปิด Mouse Keys ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Make a sound when turning a setting on or off (เปิดเสียงแจ้งเมื่อเปิดหรือปิดฟังก์ชั่นใช้งาน) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    • เปิดกราฟิกแจ้งเตือนว่าเปิด Mouse Keys อยู่โดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Display the Mouse Keys icon on the taskbar (แสดงไอคอน Mouse Keys จากทาสก์บาร์) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)

การใช้ Mouse Keys

ย้ายพอยเตอร์เมาส์โดยใช้ปุ่มตัวเลข
  • ย้ายพอยเตอร์ขึ้นและไปทางซ้ายโดยกด 7
  • ย้ายพอยเตอร์ขึ้นโดยกด 8
  • ย้ายพอยเตอร์ขึ้นและไปทางขวาโดยกด 9
  • ย้ายพอยเตอร์ไปทางซ้ายโดยกด 4
  • ย้ายพอยเตอร์ไปทางขวาโดยกด 6
  • ย้ายพอยเตอร์ลงและไปทางซ้ายโดยกด 1
  • ย้ายพอยเตอร์ลงโดยกด 2
  • ย้ายพอยเตอร์ลงและไปทางขวาโดยกด 3
  • ลากรายการโดยชี้เลือก กด 0 จากนั้นกดปุ่มทิศทางที่ต้องการ
  • วางรายการที่ลากไว้โดยชี้เลือก จากนั้นกดปุ่ม . (ทศนิยม)
  • จากแป้นพิมพ์ตัวเลข กด / (ขีดเอนหน้า) และปุ่ม 5 เพื่อคลิกซ้าย
  • จากแป้นพิมพ์ตัวเลข กด - (ลบ) และปุ่ม 5 เพื่อคลิกขวา
  • จากแป้นพิมพ์ตัวเลข กด / (ขีดเอนหน้า) และปุ่ม + (บวก) เพื่อดับเบิลคลิก
  • จากปุ่มตัวเลข กด * (ดอกจัน) และปุ่ม 5 เพื่อเลือกรายการ จากนั้นคลิกขวา

การปรับเปลี่ยนวิธีการสลับหน้าต่างใช้งาน

หากคลิกเมาส์ได้ลำบาก คุณสามารถเปลี่ยนตัวเลือกใน Ease of Access Center เพื่อให้สามารถเลือกหน้าต่างได้โดยการเลื่อนเมาส์หรือจอยสติ๊กไปยังรายการที่ต้องการ
  1. คลิกที่ลิงค์ Make the mouse easier to use (ปรับเมาส์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น) จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) จาก Ease of Access Center
  2. จาก Make it easier to manage windows (ปรับให้จัดการหน้าต่างได้ง่ายขึ้น) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Activate a window by hovering over it with the mouse (เปิดใช้หน้าต่างโดยเลื่อนเมาส์ไปที่รายการ)
  3. คลิก Apply (ปรับใช้)

การปิด Aero Snap

Aero Snap เป็นคุณสมบัติใน Windows 7 ที่ช่วยให้สามารถปรับขนาดแอพลิเคชั่นได้โดยการลากหน้าต่างไปที่ขอบหน้าจอ สามารถปิดใช้งานได้จาก Ease of Access Center
  1. คลิกที่ลิงค์ Make the mouse easier to use (ปรับเมาส์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น) จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) จาก Ease of Access Center
  2. จาก Make it easier to manage windows (ปรับให้จัดการหน้าต่างได้ง่ายขึ้น) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Prevent windows from being automatically arranged when moved to the edge of the screen (ไม่ให้หน้าต่างจัดเรียงอัตโนมัติเมื่อย้ายไปที่ขอบหน้าจอ)
  3. คลิก Apply (ปรับใช้)

การปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้งานง่ายขึ้น

การปรับค่าใน Windows 7 จะช่วยให้สามารถใช้แป้นพิมพ์ได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น

การตั้งค่าและใช้ Sticky Keys

Sticky Keys ช่วยให้สามารถกดปุ่มหนึ่งปุ่มเพื่อใช้ชุดปุ่มใช้งาน เช่น CTRL + ALT + DELETE
หากการใช้เมาส์ทำได้ยาก ให้กดปุ่ม TAB เพื่อไปยังเมนู Ease of Access Center เปิดลิงค์โดยกดปุ่ม TAB จนกระทั่งลิงค์ถูกแรเงาเลือก จากนั้นกด ENTER เลื่อนแถบเลื่อนโดยกดปุ่ม TAB จนกระทั่งแถบเลื่อนถูกแรเงาเลือก จากนั้นกดลูกศรซ้าย หรือลูกศรขวา เลือกหรือลบรายการที่เลือกจากช่องทำเครื่องหมายหรือปุ่มเลือกโดยกดปุ่ม TAB จนกระทั่งรายการถูกเลือก จากนั้นกดปุ่ม SPACE BAR
การกำหนดค่า Sticky Keys:
  1. คลิก Start (เริ่ม) จากนั้นเลือก Control Panel (แผงควบคุม) จากรายการทางด้านซ้าย
  2. จากแผงควบคุม คลิก Ease of Access (ความสะดวกในการใช้)
  3. คลิกที่ Ease of Access Center
  4. คลิกที่ลิงค์ Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น) จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) จาก Ease of Access Center
  5. จากเมนู Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Sticky Keys (เปิด Sticky Keys) จากนั้นคลิกที่ Apply (ปรับใช้)
    Figure 30: ค่า Sticky Keys ในเมนู Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น)
    ค่า Sticky Keys ในเมนู Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น)
  6. คลิกที่ลิงค์ Set up Sticky Keys (ตั้งค่า Sticky Keys) จากนั้นเลือกฟังก์ชั่นที่ต้องการ:
    • เพื่อให้สามารถเปิด Sticky Keys ได้โดยไม่ต้องเปิด Ease of Access Center ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Sticky Keys when SHIFT is pressed five times (เปิด Sticky Keys เมื่อกด SHIFT ห้าครั้ง) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    • หากต้องการดูข้อความเตือนเมื่อเปิด Sticky Keys ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Display a warning message when turning a setting on (แสดงข้อความเตือนเมื่อเปิดใช้งาน) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
      Figure 31: ข้อความเตือนที่ปรากฏขึ้นเมื่อเปิดใช้ Sticky Keys
      ข้อความเตือนที่ปรากฏขึ้นเมื่อเปิดใช้ Sticky Keys
    • หากต้องให้มีเสียงแจ้งเมื่อเปิดหรือปิด Sticky Keys ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Make a sound when turning a setting on or off (เปิดเสียงแจ้งเมื่อเปิดหรือปิดฟังก์ชั่นใช้งาน) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    • เพื่อให้สามารถล็อคปุ่มปรับการใช้งาน เช่น CTRL , ALT , SHIFT หรือ Windows ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Lock modifier keys when pressed twice in a row (ล็อคปุ่มปรับการใช้งานเมื่อกดต่อกันสองครั้ง) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    • เพื่อให้สามารถปิด Sticky Keys ได้ขณะกดปุ่มปรับการใช้งานและปุ่มสั่งการอื่นพร้อมกัน ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn off Sticky Keys when two keys are pressed at once (ปิด Sticky Keys เมื่อกดปุ่มพร้อมกันสองครั้ง) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    • เปิดเสียงแจ้งเตือนเมื่อกด ล็อคหรือปล่อยปุ่มปรับการใช้งานโดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Play a sound when modifier keys are pressed (เปิดเสียงเตือนเมื่อกดปุ่มปรับการใช้งาน) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    • เปิดกราฟิกแจ้งเตือนว่าเปิด Sticky Keys อยู่โดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Display the Sticky Keys icon on the taskbar (แสดงไอคอน Sticky จากทาสก์บาร์) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
      Figure 32: ค่าสำหรับ Sticky Keys
       เมนูตั้งค่า Sticky Keys โดยแรงเงาเลือกปุ่ม Apply (ปรับใช้) ไว้

การตั้งค่าและใช้ Toggle Keys

เปิดใช้ Toggle Keys เพื่อให้มีเสียงขณะกดปุ่มล็อค เช่น CAPS LOCK , NUM LOCK หรือ SCROLL LOCK
ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อใช้ Toggle Keys:
  1. เปิด Ease of Access Center โดยกดปุ่ม Windows + U
  2. คลิกที่ลิงค์ Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น) จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) จากเมนู Ease of Access Center
  3. จากเมนู Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้ง่ายขึ้น) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Toggle Keys (เปิด Toggle Keys) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  4. เพื่อให้สามารถเปิด Toggle Keys ได้โดยไม่ต้องเปิด Ease of Access Center ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Toggle Keys by holding down the NUM LOCK key for 5 seconds (เปิด Toggle Keys โดยกด NUM LOCK 5 วินาที) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)

การตั้งค่าและใช้ Filter Keys

Filter Keys ป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลการกดปุ่มสั้นเกินไปหรือการกดปุ่มซ้ำ หลังจากเปิด Filter Keys คุณสามารถชะลอการกดปุ่มซ้ำได้
ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อใช้ Filter Keys:
  1. คลิก Start (เริ่ม) จากนั้นเลือก Control Panel (แผงควบคุม) จากรายการทางด้านซ้าย
  2. จากแผงควบคุม คลิก Ease of Access (ความสะดวกในการใช้)
  3. คลิกที่ Ease of Access Center
  4. คลิกที่ลิงค์ Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น) จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) จากเมนู Ease of Access Center
  5. จากเมนู Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Filter Keys (เปิด Filter Keys) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  6. คลิกที่ลิงค์ Set up Filter Keys (ตั้งค่า Filter Keys) จากนั้นเลือกฟังก์ชั่นที่ต้องการ:
    • เพื่อให้สามารถเปิด Filter Keys ได้โดยไม่ต้องเปิด Ease of Access Center ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on Filter Keys when SHIFT is pressed for 8 seconds (เปิด Filter Keys เมื่อกด SHIFT 8 วินาที) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    • ดูข้อความเตือนเมื่อเปิด Filter Keys โดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Display a Warning message when turning a setting on (แสดงข้อความเตือนเมื่อเปิดใช้งาน) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
      Figure 33: ข้อความเตือนที่ปรากฏขึ้นเมื่อเปิดใช้ Filter Keys
      ข้อความเตือนที่ปรากฏขึ้นเมื่อเปิดใช้ Filter Keys
    • หากต้องให้มีเสียงแจ้งเมื่อเปิดหรือปิด Filter Keys ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Make a sound when turning a setting on or off (เปิดเสียงแจ้งเมื่อเปิดหรือปิดฟังก์ชั่นใช้งาน) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    • เปิดเสียงสัญญาณเตือนโดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Beep when keys are pressed or accepted (ส่งเสียงเมื่อกดปุ่มหรือตอบรับปุ่ม) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    • เปิดกราฟิกแจ้งเตือนว่าเปิด Filter Keys อยู่โดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Display the Filter Keys icon on the taskbar (แสดงไอคอน Filter Keys จากทาสก์บาร์) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)

การตั้งค่าและใช้ Bounce Keys หรือ Repeat Keys รวมทั้ง Slow Keys

Bounce Keys จะไม่ยอมให้คอมพิวเตอร์กดแป้นพิมพ์ซ้ำ ๆ กัน คุณสามารถระบุจำนวนครั้งที่ต้องการให้คอมพิวเตอร์รอก่อนใช้แป้นกดซ้ำ Repeat Keys และ Slow Keys จะไม่ยอมห้คอมพิวเตอร์ประมวลผลแป้นพิมพ์กดซ้ำ หรือแป้นพิมพ์ที่กดซ้ำในช่วงเวลาที่กำหนด
Bounce Keys
ขณะใช้ Bounce Keys คอมพิวเตอร์จะไม่ตอบสนองการกดปุ่มที่กดซ้ำกันอย่างรวดเร็ว
ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อตั้งค่า Bounce Keys:
  1. คลิก Start (เริ่ม) จากนั้นเลือก Control Panel (แผงควบคุม) จากรายการทางด้านซ้าย
  2. จากแผงควบคุม คลิก Ease of Access (ความสะดวกในการใช้)
  3. คลิกที่ Ease of Access Center
  4. คลิกที่ลิงค์ Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น) จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) จากเมนู Ease of Access Center
  5. คลิกที่ลิงค์ Set up Filter Keys (ตั้งค่า Filter Keys)
  6. จากเมนู Set up Filter Keys (ตั้งค่า Filter Keys) จากนั้นเลือกช่องเลือกติดกับ Turn on Bounce Keys (เปิด Bounce Keys) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  7. จากเมนูแสดงรายการ เลือกระยะเวลาที่ต้องการให้คอมพิวเตอร์รอก่อนตอบรับการกดปุ่ม
    Figure 34: ส่วนแสดงรายการของ Bounce Keys ใจเมนู Set up Filter Keys (ตั้งค่า Filter Keys)
    เมนูแสดงรายการของ Bounce Keys ใจ Set up Filter Keys (ตั้งค่า Filter Keys)
Repeat Keys และ Slow Keys
ในกรณีที่ใช้ Repeat Keys และ Slow Keys คุณสามารถตั้งเวลาหน่วงเพื่อป้องกันการกดปุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ ละเว้นการกดปุ่มซ้ำ หรือชะลอการตอบสนองของคอมพิวเตอร์เมื่อมีการกดปุ่มซ้ำ
ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเปิด Repeat Keys และ Slow Keys:
  1. คลิก Start (เริ่ม) จากนั้นเลือก Control Panel (แผงควบคุม) จากรายการทางด้านซ้าย
  2. จากแผงควบคุม คลิก Ease of Access (ความสะดวกในการใช้)
  3. คลิกที่ Ease of Access Center
  4. คลิกที่ลิงค์ Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น) จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) จากเมนู Ease of Access Center
  5. คลิกที่ลิงค์ Set up Filter Keys (ตั้งค่า Filter Keys)
  6. จากเมนู Set up Filter Keys (ตั้งค่า Filter Keys) ให้เลือกช่องเลือกรายการติดกับ Turn on Repeat Keys and Slow keys (เปิด Repeat Keys และ Slow Keys)
  7. คลิกที่ลิงค์ Set up Repeat Keys and Slow Keys (ตั้งค่า Repeat Keys และ Slow Keys)
  8. จากเมนูแสดงรายการ เลือกระยะเวลาที่ต้องการให้คอมพิวเตอร์รอก่อนตอบรับการกดปุ่ม
  9. ไม่ให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลปุ่มที่กดซ้ำโดยเลือกช่องเลือกรายการติดกับ Ignore all repeated keystrokes (ละเว้นแป้นพิมพ์ที่กดซ้ำทั้งหมด)
  10. ไม่ให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลแป้นพิมพ์ที่กดซ้ำทั้งหมดในช่วงเวลาที่กำหนด โดยเลือกช่องเลือกรายการติดกับ Slow down keyboard repeat rates (ชะลอการกดแป้นพิมพ์ซ้ำ)
  11. หากเลือก Slow down keyboard repeat rates (ชะลอการกดแป้นพิมพ์ซ้ำ) ให้ใช้เมนูแสดงรายการแรกเพื่อตั้งเวลาให้คอมพิวเตอร์รอก่อนตอบรับแป้นพิมพ์ที่กดซ้ำครั้งแรก จากนั้นใช้เมนูแสดงรายการที่สองเพื่อเลือกระยะเวลาที่จะให้คอมพิวเตอร์รอก่อนตอบรับแป้นพิม์ที่กดซ้ำต่อเนื่อง
  12. คลิก Apply (ปรับใช้)
  13. ทดสอบค่าโดยกรอกข้อความตัวอย่างในฟิลด์ Type text here to test settings (พิมพ์ข้อความที่นี่เพื่อทดสอบค่า) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
    Figure 35: ทดสอบค่า
    ฟิลด์สำหรับกรอกข้อความเพื่อทดสอบค่า Repeat Keys และ Slow Keys
  14. คลิก ตกลง

ปรับชอร์ตคัทแป้นพิมพ์และปุ่มใช้งานให้มองเห็นได้ง่ายขึ้น

การเปิด Underline keyboard shortcuts and access keys (ขีดเส้นใต้ชอร์ตคัทแป้นพิมพ์ละปุ่มใช้งาน) เพื่อให้สามารถมองเห็นชอร์ตคัทแป้นพิมพ์และปุ่มใช้งานได้โดยง่าย เช่น เมนู Edit (แก้ไข) จากแถบเมนูของ Internet Explorer สามารถเปิดใช้ได้ทุกเมื่อเมื่อกดปุ่ม ALT + E หากเปิด Underline keyboard shortcuts and access keys (ขีดเส้นใต้ชอร์ตคัทแป้นพิมพ์และปุ่มใช้งาน) ไว้ ปุ่ม E ในเมนู Edit (แก้ไข) จะถูกขีดเส้นใต้ไว้ พร้อมกราฟิกแจ้งเตือนปุ่มสำหรับใช้งาน เปิดเมนู Edit (แก้ไข) หรือเมนูอื่นโดยกดปุ่ม ALT พร้อม ๆ กับกดปุ่มที่ขีดเส้นใต้ไว้
Figure 36: เมนู Edit (แก้ไข) เปิดผ่านปุ่มลัด
เมนู Edit (แก้ไข) ในแถบเมนูของ Internet Explorer ถูกเปิดอยู่โดยการกดปุ่ม ALT + E
ในกรณีที่เปิดใช้ Underline keyboard shortcuts and access keys (ขีดเส้นใต้ชอร์ตคัทแป้นพิมพ์และปุ่มใช้งาน) ไว้ ช่องเลือกรายการและช่องทำเครื่องหมายจะสามารถเลือกใช้ได้ โดยกด ALT พร้อมกับปุ่มที่ขีดเส้นใต้ไว้ เช่น หน้าต่างค่าปรับแต่ง Narrator มีปุ่ม K ขีดเส้นใต้ไว้ในค่า Echo User's Keystrokes (ปุ่มกดสำหรับผู้ใช้ Echo) เลือกช่องทำเครื่องหมายสำหรับ Echo User's Keystrokes (ปุ่มกดสำหรับผู้ใช้ Echo) โดยกดปุ่ม ALT + K
Figure 37: ตัวอย่างช่องทำเครื่องหมายที่เลือกโดยการกด ALT + K
Echo User's Keystrokes จากเมนูค่าปรับแต่งของ Narrator โดยทำเครื่องหมายกำกับไว้โดยกดปุ่ม ALT และ K พร้อมกัน
ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อขีดเส้นใต้ชอร์ตคัทแป้นพิมพ์และปุ่มใช้งาน:
  1. เปิด Ease of Access Center โดยกดปุ่ม Windows + U
  2. จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) คลิกที่ลิงค์ Make the keyboard easier to use (ปรับแป้นพิมพ์ให้ใช้งานง่ายขึ้น)
  3. จากเมนู Make it easier to use keyboard shortcuts (ปรับชอร์ตคัทแป้นพิมพ์ให้ใช้ง่ายขึ้น) เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Underline keyboard shortcuts and access keys (ขีดเส้นใต้ชอร์ตคัทแป้นพิมพ์และปุ่มใช้งาน) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)

การแทนที่ข้อความหรือกราฟิกสำหรับข้อมูลเสียง

หลังจากเปิดกราฟิกแจ้งเตือน เสียงและประกาศแจ้งต่าง ๆ ของระบบจะถูกแทนที่ด้วยกราฟิก เช่น การกะพริบที่หน้าจอ หรือการแสดงผลใด ๆ ที่ช่วยให้สังเกตได้ ในแอพพลิเคชั่นบางตัว คุณสามารถเปิดบทบรรยายเป็นข้อความเพื่อจัดแสดงข้อความที่พูดคุยเป็นตัวอักษร
  1. เปิด Ease of Access Center โดยกดปุ่ม Windows + U
  2. จาก Explore all settings (สืบค้นค่าทั้งหมด) คลิกที่ลิงค์ Use text or visual alternatives for sounds (ใช้ข้อความหรือกราฟิกแทนเสียง)
  3. แทนที่การแจ้งเตือนของระบบด้วยกราฟิกโดยเลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on visual notifications for sounds (Sound Sentry) (เปิดการแจ้งเตือนด้วยกราฟิกแทนเสียง (Sound Sentry))
    • เพื่อให้แถบคำบรรยายอยู่ด้านบนของกล่องโต้ตอบหรือหน้าต่างกะพริบระหว่างมีข้อมูลเสียง ให้เลือกช่องเลือกรายการติดกับ Flash active caption bar (กะพริบแถบคำบรรยายใช้งาน) จากนั้นคลิกที่ Apply (ปรับใช้)
    • เพื่อให้หน้าต่างทั้งหมดกะพริบระหว่างมีข้อมูลเสียง ให้เลือกช่องเลือกรายการติดกับ Flash active window (กะพริบหน้าต่างใช้งาน) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
      Figure 38: ตัวอย่างการกะพริบที่หน้าต่างกะพริบใช้งานขณะเปิดฟังก์ชั่นนี้ไว้
      กล่องโต้ตอบกะพริบพร้อมกราฟิกแจ้งเตือนหน้าต่างใช้งาน
    • เพื่อให้เดสก์ทอปทั้งหมดกะพริบระหว่างมีข้อมูลเสียง ให้เลือกช่องเลือกรายการติดกับ Flash desktop (กะพริบเดสก์ทอป) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
      Figure 39: ตัวอย่างการกะพริบเมื่อเปิดการกะพริบเดสก์ทอปไว้
      เดสก์ทอปกะพริบที่เปิดกราฟิกแจ้งเตือนเดสก์ทอปกะพริบไว้
  4. เพื่อให้เสียงและข้อความพูดคุยในระบบจัดแสดงเป็นข้อความ (หากรองรับ) ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายติดกับ Turn on text captions for spoken dialog (when available) (เปิดข้อความบรรยายคำพูด (ถ้ามี))
  5. คลิก OK (ตกลง)
ตรวจสอบตัวเลือกในการใช้งานเพิ่มเติมได้จากเพจ Accessibility ของ Microsoft